อวิ๋นเยว่ลดมือลง ปราณรอบกายสลายไปดุจคลื่นน้ำ ความสงบรอบด้านกลับคืนมา เหลือเพียงกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นอบอวลอยู่ในอากาศ
เธอยกมือขึ้นลูบใบหน้าของหลินเซียว
“กลัวไหม?”
หลินเซียวสัมผัสได้ถึงมือน้อยอุ่น ๆ จึงพยักหน้าเบา ๆ
“นิดหน่อย”
อวิ๋นเยว่กล่าวเสียงเรียบ “ไม่ได้เรื่องเลย ขั้นรวมปราณแค่นี้มีอะไรให้กลัว?”
หลินเซียวหัวเราะแห้ง ๆ
“ผมบอกว่ากลัวคุณต่างหาก”
ฮึ
อวิ๋นเยว่ส่งเสียงฮึเบา ๆ ก่อนหยิกแก้มหลินเซียว ทว่าสีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“คนมาแล้ว ไปกันเถอะ”
“กอดให้แน่น”
เธอโคจรปราณ ร่างทะยานขึ้นสู่อากาศในพริบตา มุ่งตรงไปยังยอดเขาที่เพิ่งจากมา
หลินเซียวกอดเธอไว้แน่น
หลายวันที่ผ่านมา เขาผ่านเรื่องวุ่นวายมามาก อาการกลัวความสูงค่อย ๆ หายไปแล้ว แต่กระแสลมแรงเฉียบคมยังทำให้เขาตื่นเต้นจนเกร็ง
ความรู้สึกคล้ายกำลังยืนอยู่บนเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนที่...
ไม่นานอวิ๋นเยว่ก็หยุดลง ทว่ายังไม่ทันแตะพื้น หลินเซียวก็ถูกเธอพากลับเข้าไปในมิติแล้ว
ทั้งสองหายวับไปจากยอดเขา เหลือเพียงกลุ่มปราณลอยวนอยู่กลางอากาศ
ในสนามรบเมื่อครู่ก็ปรากฏเงาคนหลายสิบสาย
ศิษย์หลายคนยืนอยู่ตรงกลาง ถือคบเพลิงเอาไว้
ผู้อาวุโสใหญ่กับผู้อาวุโสสามมองซากศพที่เกลื่อนพื้น กำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความแค้นลึกล้ำ
“นางปีศาจนั่น!”
ผู้อาวุโสสามคำรามเสียงต่ำด้วยความโกรธแค้น
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวเสียงเย็นชา “เกี่ยวอะไรกับนางปีศาจ? ถ้านางลงมือ พวกเขาจะเหลือศพไว้หรือ?”