จ้าวหม่านถังขมวดคิ้ว ตวาดว่า “พูดจาเหลวไหลอะไร!”
ชายฉกรรจ์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ผี...หายไปแล้ว เอ่อ ไม่ใช่ ศพ...ศพหายไปแล้ว”
เขาพูดเสียงสั่น
จ้าวหม่านถังรีบเข้าไปดู พอเห็นท้ายรถว่างเปล่า ก็ถึงกับอึ้งไปทันที
คนหายไปไหน?
เขารีบเปิดท้ายรถเก๋งอีกคัน ข้างในก็ว่างเปล่าเช่นกัน
เขาตาค้าง สบตากับชายฉกรรจ์อีกหลายคน พลันรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
เจอผีเข้าแล้วหรือไง?
……
ในสวนสาธารณะ
ซูเมี้ยวเมี้ยวเดินจนเหนื่อย จึงนั่งลงบนม้านั่งริมทะเลสาบกับหลินเซียว
หากเป็นวันปกติ ต่อให้พูดอย่างไรก็ไม่มีทางที่ซูเมี้ยวเมี้ยวจะมานั่งตรงนี้ในเวลานี้ บรรยากาศรอบข้างทั้งวังเวงทั้งน่ากลัว
แต่ตอนนี้เมื่อได้นั่งอยู่ข้างหลินเซียว เธอกลับไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองนั่งใกล้กันมาก หลินเซียวได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวจากกายของซูเมี้ยวเมี้ยวอย่างชัดเจน
แสงจันทร์สลัวส่องลงบนผิวน้ำจนเกิดประกายระยิบระยับ
ซูเมี้ยวเมี้ยวยิ้มแล้วถามว่า “หลินเซียว นายมีชื่อเล่นไหม?”
หลินเซียวส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่มี ทำไมเหรอ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวเอ่ยเสียงแผ่ว “เราสนิทกันขนาดนี้แล้ว เรียกชื่อนายก็รู้สึกห่างเหินยังไงไม่รู้ แถมชื่อของนายก็มีแค่สองพยางค์ จะเรียกอะไรดีนะ”
มุมปากของหลินเซียวค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
แม้เขาจะตั้งใจรักษาระยะห่างจากซูเมี้ยวเมี้ยว แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้ จิตใจก็อดไม่ได้ที่จะเผลอจมดิ่งลงไป
