ซูเมี้ยวเมี้ยวสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะพูดประโยคนี้ออกมา
หลินเซียวผ่อนเท้าที่เหยียบคันเร่งลง สีหน้าลังเลอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่รู้จะปฏิเสธคำขอนี้อย่างไร
อย่างไรเสีย ในใจเขาก็มีซูเมี้ยวเมี้ยวอยู่เช่นกัน
เขายิ้มพลางพูดว่า “ได้สิ จะไปไหนล่ะ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวรู้อยู่แล้วว่าหลินเซียวคงไม่ปฏิเสธ แต่พอได้ยินคำตอบนั้น ในใจก็ยังอดยินดีไม่ได้
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วคิดอย่างรวดเร็ว
“ตรงนั้นมีสวนสาธารณะเล็ก ๆ อยู่ ไปเดินเล่นกันเถอะ”
เธอยกมือเล็ก ๆ ชี้ไปทางหนึ่งพลางพูด
หลินเซียวพยักหน้าเบา ๆ
“ได้”
รอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏบนใบหน้าของซูเมี้ยวเมี้ยว ในใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ไม่นาน รถก็จอดลง
ทั้งสองลงจากรถ แล้วเดินผ่านประตูเล็ก ๆ ของสวนสาธารณะเข้าไปอย่างช้า ๆ
เวลาล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มกว่า ดึกสงัดไร้ผู้คน ภายในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้ มีเพียงไฟถนนสีเหลืองสลัวอยู่ไม่กี่ดวง ส่องแสงริบหรี่
บรรยากาศระหว่างทั้งสองอบอุ่น ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับไม่ชวนให้อบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้ามยังให้ความรู้สึกวังเวงอยู่ด้วย
หลินเซียวกวาดตามองรอบ ๆ ก่อนยิ้มถาม “ทำไมถึงมาที่แบบนี้ ไม่กลัวเหรอ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวเงยหน้าขึ้นยิ้ม “มีคุณอยู่ด้วย ฉันจะกลัวอะไรล่ะ”
หลินเซียวหันไปมองเธอ
แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าไร้ตำหนิ งดงามโดดเด่นไม่เปลี่ยน
เขายิ้มบาง ๆ ไม่ได้ตอบอะไร
ซูเมี้ยวเมี้ยวเข้าใจความรู้สึกของหลินเซียวดี จึงไม่รีบร้อนจะเอาคำตอบอะไร เธอแค่อยากอยู่ข้างกายเขาอย่างเงียบ ๆ แบบนี้
