หลินเซียวขับรถผ่านไป ซูเมี้ยวเมี้ยวจึงค่อยละสายตากลับมา
เธอครุ่นคิด ในใจก็แอบคาดหวังอยู่บ้าง
หลินเซียวหาเรื่องมาคุยสักเรื่อง แล้วเริ่มคุยกับซูเมี้ยวเมี้ยวเกี่ยวกับบริษัทใหม่ พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย แม้จะกำลังคุยกันอยู่ แต่ภายในรถกลับอบอวลด้วยบรรยากาศบางอย่างที่ยากจะบรรยาย
สำหรับซูเมี้ยวเมี้ยว เส้นทางที่ปกติต้องใช้เวลากว่ายี่สิบนาทีกลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก หลินเซียวก็จอดรถไว้หน้าคฤหาสน์
เขาเหลือบมอง เห็นว่าด้านในเปิดไฟอยู่ พ่อกับแม่ของซูเมี้ยวเมี้ยวน่าจะอยู่บ้านทั้งคู่
เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ถึงแล้ว ผมไม่เข้าไปข้างในนะ”
ซูเมี้ยวเมี้ยวเตรียมใจมาตลอดทางแล้ว แต่ถึงตอนนี้ก็ยังทนความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ในใจไม่ไหวอยู่ดี
เธอยิ้มแล้วพยักหน้า
“ได้ งั้น... คุณจะมาหาฉันอีกเมื่อไหร่เหรอ?”
เธอถามออกไปตรง ๆ
เมื่อคืนทั้งคู่พูดจาคลุมเครือชวนให้คิดไปไกลกันแล้วก็จริง แต่ถึงอย่างไรตอนนั้นก็แค่คุยกันผ่านแชต วันนี้ได้พูดกันตรง ๆ แบบนี้ ทำให้เธอเขินอายจนใจเต้นระรัว
หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มตอบว่า “ถ้ามีโอกาสนะ”
เมื่อเห็นท่าทางที่เฝ้ารอเช่นนั้น เขาก็พูดอะไรที่จะทำให้ซูเมี้ยวเมี้ยวผิดหวังไม่ลงจริง ๆ
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วยิ้มพลางพยักหน้า
“ได้”
เธอเปิดประตูลงจากรถ ยืนอยู่ริมถนน มองหลินเซียวผ่านกระจกรถ
เฮ้อ
หลินเซียวถอนหายใจในใจเงียบ ๆ ก่อนขับรถออกไป
ซูเมี้ยวเมี้ยวยืนนิ่งอยู่กับที่ มองเงารถที่แล่นห่างออกไป ในใจรู้สึกว่างเปล่า
