เจียงชูหนิงไม่แปลกใจกับคำตอบนี้ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองดูเงียบ ๆ
รอบข้างพลันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้น
“นี่จะเป็นซุนหยางหยาง เจ้าของบาร์หรือเปล่า? ได้ยินว่าเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปนี่!”
“เจ้าของร้านมาเองเลยเหรอ? งั้นไอ้หนุ่มนี่จบเห่แน่”
“ใช่ ต่อให้เก่งแล้วจะทำอะไรได้ ต่อหน้าทุนใหญ่ก็เป็นได้แค่เด็กน้อย”
……
หลายคนพากันกระซิบกระซาบ สายตาเวทนาจับจ้องไปยังหลินเซียว
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต จึงรีบสาวเท้าพุ่งไปหาซุนหยางหยาง
หลินเซียวลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง
เขาสัมผัสได้ว่าซุนหยางหยางกำลังเติบโต สถานะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อำนาจก็ยิ่งมากขึ้น ไม่ว่าจะมองอย่างไร ตอนนี้คือโอกาสดีที่สุดที่จะฆ่าซุนหยางหยาง
แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย
คุณปู่บอกไว้ว่า หากฆ่าซุนหยางหยาง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหายนะก็จะยิ่งตามหาตัวยากขึ้น
เขาจึงทำได้เพียงไว้ชีวิตซุนหยางหยาง รอให้หายนะมาถึงแล้วค่อยหาทางกำจัด ถึงจะรู้ว่าตอนนั้นคงไม่ง่าย แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด
เขาสูดหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์ พร้อมสะกดความแค้นในใจเอาไว้
ซุนหยางหยางหยุดฝีเท้า จ้องหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่วิ่งกระหืดกระหอบมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนตวาดว่า “พวกแกทำงานกันยังไง? มัวทำอะไรอยู่ ใครเป็นคนก่อเรื่อง!”
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยลนลาน รีบตอบว่า “เจ้านาย มี... มีคนมาก่อเรื่องครับ บาร์ของเราถูกพังยับแล้ว!”
