มุมปากของหลินเซียวกระตุกเล็กน้อยสองสามที
“ผม...ฝึกเคล็ดวิชาแล้วน่ะ...” เขาตอบไปตามตรง
ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เคล็ดวิชา? เรื่องทางแผ่นดินกวงอู่นั่นสินะ เฮ้อ ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องยุ่ง ๆ ทางนั้นที่แกเข้าไปพัวพันด้วยไม่ใช่เรื่องดีจริง ๆ ให้ตายสิ แล้วนี่จะเอายังไงดี”
เขานั่งอยู่ข้างเตียง เท้าแขนกับต้นขา สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
หลินเซียวรู้สึกประหลาดใจ
โลกยมบาลนี่ติดต่อถึงกันได้ทุกที่จริง ๆ แม้แต่เรื่องของแผ่นดินกวงอู่ก็ยังรู้ด้วยหรือ?
ไม่นาน เขาก็พลอยกลัดกลุ้มตามไปด้วย
ชายชราพูดต่อ “ฉันถามท่านเซี่ยมาแล้ว ก็ยังเป็นคำเดิม ถ้าอยากฝ่าเคราะห์ชะตา ก็ต้องตามหาผู้มีบุญคุณคนนั้นให้เจอ”
หลินเซียวฝืนยิ้มพลางส่ายหน้า
จะไปหาจากที่ไหนกันล่ะ?
“ท่านเซี่ยเป็นใครเหรอครับ?” เขาถาม
ชายชราถลึงตามองเขา
“เกี่ยวอะไรกับแก รีบห่วงตัวเองก่อนเถอะ ถ้ายังไม่รีบร้อน สักวันแกสองคนก็ได้เจอกันแน่!”
เขาพูดอย่างฉุนเฉียว
หลินเซียวหัวเราะแห้ง ๆ แล้วตอบ “ได้ ๆ รีบอยู่แล้ว ผมกำลังรีบอยู่เนี่ย”
ชายชราสงบอารมณ์ลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ
“เฮ้อ ลำบากแกแล้วจริง ๆ คนคนนั้นหาเจอยากมาก แต่ยังไงก็ต้องหา ตอนนี้นี่เป็นทางรอดทางเดียวของแกแล้ว” เขาถอนหายใจ
หลินเซียวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้น จึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ชายชราเงยหน้าขึ้น แววตาเก่าแก่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนกำชับว่า “อีกอย่าง ถ้าหาไม่เจอจริง ๆ ก็หาทางหาเงินให้ได้มาก ๆ ยิ่งมีเงินอยู่ในมือมากเท่าไรก็ยิ่งดี ทางที่ดีสร้างเครือข่ายอำนาจไว้สักเครือข่าย”
