หลินเซียวถลึงตาใส่เขาเบา ๆ
“รีบพูดมา”
หลิวซานเอ๋อร์ฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า “ได้ ๆ ถึงราคาที่ทางตระกูลลู่เสนอมาเราจะไม่ค่อยพอใจ แต่เรายังมีของที่ใช้เป็นหลักประกันอยู่นะครับ”
“ลู่อ้าวหลงเป็นบุคคลอันดับสามของตระกูลลู่ เขาเองก็ได้รับทรัพยากรจากตระกูลลู่มาไม่น้อย ถึงจะเทียบกับลู่อ้าวเฟิงไม่ได้ แต่รวมมูลค่าแล้วก็เกินสองพันล้านหยวนไปไกล”
พอได้ยินเช่นนั้น หลินเซียวก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที
“จริงด้วย ลืมเขาไปเสียสนิท แล้วจะใช้เป็นหลักประกันยังไง?” เขาเริ่มสนใจ จึงยิ้มถาม
แววตาของหลิวซานเอ๋อร์เปล่งประกายตื่นเต้น
“เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ คุณหลินคงไม่สนใจ ตอนนี้บริษัทใหญ่ที่สุดที่ลู่อ้าวหลงควบคุมอยู่ชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์อ้าวเสียง”
เขากล่าวพลางยิ้มกริ่ม รอปฏิกิริยาของหลินเซียว
หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็นับว่าเป็นบริษัทที่ดี” เขาพูดช้า ๆ
หลิวซานเอ๋อร์พลันผิดหวัง ก่อนจะยิ้มถามว่า “คุณหลินไม่ค่อยคุ้นกับแวดวงธุรกิจในกรุงปักกิ่งหรือครับ?”
หลินเซียวมองเขาอย่างสงสัย
“ก็ไม่ค่อยคุ้น บริษัทอสังหาริมทรัพย์อ้าวเสียงมีชื่อเสียงมากเหรอ?” เขาถาม
หลิวซานเอ๋อร์นิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนพูดช้า ๆ ว่า “เอ่อ...ถ้าไม่รู้ก็ช่างเถอะครับ เดี๋ยวผู้จัดการเจียงกับคนอื่น ๆ จะเล่าให้ฟังเอง”
หลินเซียวเลิกคิ้ว เริ่มรู้สึกคาดหวังขึ้นมาบ้าง
คนอันดับสามคนหนึ่งจะควบคุมบริษัทสำคัญขนาดนั้นได้เชียวหรือ?
