หลินเซียวเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ดวงตาคู่นั้นของเจียงชูหนิงราวกับพูดได้ แฝงความหมายไว้มากมาย แต่เขากลับเดาไม่ออก
“อยู่นี่ไง มีอะไร?”
หลินเซียวกล่าวอย่างจนใจ
เจียงชูหนิงละสายตากลับมา เผยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ไม่มีอะไร แค่รับปากก็พอ”
เธอไม่พูดอะไรต่อ
หลินเซียวมองเธอด้วยความสงสัย
ประตูลิฟต์เปิดออก หยุดที่ชั้นยี่สิบแปด เจียงชูหนิงก้าวออกไป หลินเซียวเดินตามหลัง
ทางเดินด้านในว่างเปล่าไร้ผู้คน ทั้งยังอบอวลไปด้วยกลิ่นสีทาผนัง ดูเหมือนเพิ่งตกแต่งใหม่ สะอาดและโอ่อ่ามาก
เจียงชูหนิงเดินตรงไปยังหน้าห้องทำงานประธานบริษัท ผลักประตูเข้าไป
หลินเซียวตามเข้าไปติด ๆ
เพิ่งก้าวเข้าไป เขาก็อดตะลึงกับภาพตรงหน้าไม่ได้
ห้องทำงานตกแต่งอย่างหรูหรา มีพื้นที่กว่าร้อยตารางเมตร ทุกมุมล้วนแสดงถึงรสนิยม หน้าต่างกระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานเผยทิวทัศน์งดงามของกรุงปักกิ่งจากมุมสูง ทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเงินทอง
“ห้องทำงานของใครเนี่ย?”
หลินเซียวกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถาม
เจียงชูหนิงไม่ได้ตอบ เธอก้าวขายาว ๆ ไปหลังโต๊ะทำงาน ก่อนหมุนตัวนั่งลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง ไขว่ห้างอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วเงยหน้ามองหลินเซียว มุมปากยังคงประดับรอยยิ้มลึกลับเช่นเดิม
“ของฉัน”
เธอกล่าวเสียงเรียบ
หลินเซียวชะงักงันในทันที แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ของคุณ?”
เจียงชูหนิงยิ้มโดยไม่ตอบ เพียงพยักหน้า
