ทั้งสองสบตากัน ต่างคนต่างมีความคิดของตัวเอง
ก้อนหินหนักอึ้งในใจเจียงชูหนิงร่วงหล่นลงในที่สุด
หลินเซียวเองก็ไม่คิดว่าเจียงชูหนิงจะจัดการเรื่องนี้แบบนี้ ภาพลักษณ์ของเธอในใจเขาจึงเปลี่ยนไปด้วย
เจียงชูหนิงชักมือเล็กกลับ
“กลุ่มชูเจี้ยนวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้ว เราสองคนต้องพยายามให้ดี”
เธอยิ้มน้อย ๆ เอ่ยอย่างจริงจัง
หลินเซียวมองเธออีกครั้งอย่างลึกซึ้ง
“ได้ พยายามให้ดี”
เมื่อคืนคุณปู่เพิ่งกำชับให้เขาหาเงินให้ได้มาก ๆ ไม่คิดเลยว่าวันนี้เจียงชูหนิงจะยื่นโอกาสมาให้ถึงที่
เขาถึงกับสงสัยว่าเจียงชูหนิงอาจเป็นผู้มีพระคุณของเขา แต่ก็น่าเสียดายที่วันเกิดไม่ตรงกัน
เจียงชูหนิงพาหลินเซียวเดินชมบริษัทอยู่สองสามรอบ ให้เขาคุ้นเคยกับสถานที่ จากนั้นทั้งคู่จึงออกจากบริษัท
หลินเซียวถามว่าบริษัททำธุรกิจหลักด้านไหน เจียงชูหนิงไม่ได้ตอบ
ทั้งสองขับรถกลับไป
“จริงสิ ผู้จัดการเจียง ผม...”
จู่ ๆ หลินเซียวก็นึกถึงเรื่องหนึ่ง กำลังจะถาม แต่เจียงชูหนิงขัดขึ้นมาก่อน
“เป็นหุ้นส่วนกันแล้ว ไม่ต้องเรียกผู้จัดการเจียงหรอก” เธอพูดขึ้นลอย ๆ
หลินเซียวเหลือบมองเจียงชูหนิงที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ยิ่งแปลกใจมากขึ้น
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไร? ชูหนิงเหรอ?”
เขาถามยิ้ม ๆ
คิ้วเรียวงามของเจียงชูหนิงขมวดเล็กน้อย ความรู้สึกประหลาดผุดขึ้นในใจ
แต่ดูเหมือนจะไม่มีคำเรียกอื่นแล้ว
“แล้วแต่เลย”
เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าในใจกลับรู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
