เขาจับต้นชนปลายไม่ถูก แววตาฉายความลังเล ก่อนจะมองหลินเซียวอย่างพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง
ไม่นานนัก สายตาเย็นชาก็หันไปจับจ้องหลิวซานเอ๋อร์
“หลิวเหล่าซาน บอกความจริงฉันมาให้หมด ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่!”
เขาเริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้ว
หลิวเหล่าซานถึงกับหัวเราะ ก่อนเอ่ยว่า “อยากรู้ก็ขอร้องฉันสิ?”
ผู้คนรอบข้างต่างเผยสีหน้าเอือมระอาออกมา
ตาแก่สองคนนี้ ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตเลยหรือไง?
ติงเหว่ยจ้องเขาอย่างไม่พอใจ ก่อนถามว่า “นายสาบานนะว่าไม่ได้หลอกฉัน?”
หลิวเหล่าซานถลึงตาใส่
“จะหลอกแกทำบ้าอะไร ฉันว่างมากหรือไง?” เขาตอบอย่างหงุดหงิด
ติงเหว่ยกัดฟันแน่น มองหลิวเหล่าซานอย่างคลางแคลงใจ แล้วหันไปมองหลินเซียวที่นั่งอยู่ตรงนั้น ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
เขาตัดสินใจแน่วแน่ หันกลับไปแล้วตบเข้าที่ท้ายทอยติงฮ่าวอย่างแรง
“ไอ้สารเลว! ฉันบอกแกตั้งกี่ครั้งแล้ว ยังไม่รู้จักจำอีกหรือไง? คุกเข่าลง ไปขอโทษเขา!”
“ถ้าเขาไม่ยกโทษให้ แกก็ไม่ต้องลุกขึ้นมา คุกเข่าอยู่ตรงนี้ไปเลย!”
เขาชี้ไปยังติงฮ่าวที่เพิ่งล้มลงกับพื้น พลางตวาดลั่น
การกระทำนี้ทำให้ทุกคนรอบข้างต่างมีสีหน้างุนงง
เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หลินเซียวกับซูเมี้ยวเมี้ยวเองก็ชะงักไป มองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง
พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเกินไปแล้ว
หลิวซานเอ๋อร์เหลือบมองติงเหว่ยอย่างมีเลศนัย ก่อนหัวเราะออกมา ติงเหว่ยรู้จักเขาดี ส่วนเขาเองก็รู้จักคู่ปรับเก่าคนนี้ดีไม่แพ้กัน
