หลินเซียวมองอีกฝ่ายอย่างครุ่นคิด มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ตัวจริงมาแล้ว
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังติงเหว่ย พวกเขามองหน้ากันไปมา สีหน้าเผยความประหลาดใจ
คืนนี้ช่างครึกครื้นจริง ๆ
หลินเซียวไม่ได้ลุกขึ้น ยังคงนั่งอยู่ตรงนี้กับซูเมี้ยวเมี้ยว เฝ้ารอดูเหตุการณ์เงียบ ๆ
หลิวซานเอ๋อร์ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าติงฮ่าว ใบหน้าประดับรอยยิ้มลึกลับ
ไม่นานนัก พวกนักเลงหลายสิบคนที่เข้ามาก็รีบล้อมพื้นที่ว่างกลางโถงเอาไว้ทั้งหมด
ติงเหว่ยเดินนำชายฉกรรจ์ในชุดสูททั้งสี่คนเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ พอเข้ามาก็จับจ้องหลิวซานเอ๋อร์ทันที ไม่ทันสังเกตเห็นหลินเซียวด้วยซ้ำ เดินผ่านหน้าเขาไปตรง ๆ แล้วหยุดข้างติงฮ่าว
หลิวซานเอ๋อร์สบตากับเขา
ติงเหว่ยกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพวกนักเลงที่นอนครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนยกมือขึ้นตบไหล่ติงฮ่าวเบา ๆ สองครั้ง
“ลุกขึ้น” เขาพูดเสียงเย็นชา
ติงฮ่าวจึงรีบลุกขึ้น แต่แววตากลับฉายความประหม่า
“พ่อ ผม...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ติงเหว่ยก็ยกมือห้ามไว้
ติงฮ่าวเหลือบมองหลินเซียวอย่างกระวนกระวาย ก่อนก้มหน้าลงไปยืนเงียบ ๆ ข้างติงเหว่ย
หลินเซียวไม่ได้ร้อนใจแม้แต่น้อย ยังคงนั่งดูเรื่องสนุกอย่างเงียบ ๆ
เห็นติงเหว่ยค่อย ๆ ยกมือขึ้น แยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางออกจากกัน สายตาเย็นเยียบจับจ้องหลิวซานเอ๋อร์ แต่ไม่พูดอะไร
