ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด
แม้หลินเซียวจะมองไม่เห็น แต่เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจน
“มีความสุขก็ดีแล้ว” เขาพูดยิ้ม ๆ
ซูเมี้ยวเมี้ยวยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว คล้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าพลันฉายแววกังวล
“จริงสิ เขาเป็นคนใจแคบมาก เมื่อกี้เธอทำให้เขาเสียหน้า เขาต้องหาทางเอาคืนแน่ เดี๋ยวระวังตัวหน่อยนะ” เธอเตือน
หลินเซียวหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ต้องห่วง เรื่องเล็กน้อย”
ตอนนี้เขามีความสามารถพอจะรับมือกับปัญหาทุกอย่างแล้ว ย่อมไม่กังวลอยู่แล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงความมั่นใจของหลินเซียว ซูเมี้ยวเมี้ยวก็ผ่อนคลายลงมาก
เธอมองเสี้ยวหน้าของหลินเซียวอย่างเหม่อลอย ดวงตาคู่งามฉายแววซับซ้อน
“ขอโทษนะ หลินเซียว ที่จริงฉันแค่อยากขอให้เธอช่วยนิดหน่อย ไม่คิดเลยว่า…เรื่องจะกลายเป็นแบบนี้” น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย
หลินเซียวอดหัวเราะไม่ได้ “แบบไหนล่ะ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผล “ตระกูลจ้าวมีอิทธิพลมากในกรุงปักกิ่ง พอเป็นแบบนี้ จ้าวจวิ้นคงเกลียดเธอเข้าไส้แน่”
หลินเซียวเลิกคิ้ว สีหน้าไม่ยี่หระ
“ความสัมพันธ์ของเราสองคนเป็นแบบนี้ ต่อให้คืนนี้ฉันไม่ทำอะไรเลย เขาก็ไม่ชอบฉันอยู่ดี จะไปสนใจทำไม” เขาพูดยิ้ม ๆ
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองเขาลึก ๆ ใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
ความสัมพันธ์ของเรางั้นหรือ? เรา…เป็นอะไรกัน?
พอได้ยินคำพูดของหลินเซียว คำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวเธอโดยไม่รู้ตัว ยิ่งคิด ใบหน้าก็ยิ่งแดงระเรื่อ
