จ้าวจวิ้นยิ้มทั้งที่แววตาไม่ยิ้ม ดวงตาฉายแววหยอกเย้า
คนอื่น ๆ มองหน้ากัน ก่อนจะพากันมองหลินเซียวอย่างเยาะเย้ย
หลินเซียวเงยหน้าขึ้นแล้วส่ายหน้า
“ไม่เห็นรู้สึกว่ามันพิเศษตรงไหนเลย ทำไมของนี่ถึงขายแพงขนาดนี้?” เขาพึมพำด้วยความไม่เข้าใจ
ชิ
คนอื่น ๆ ส่งเสียงหัวเราะเยาะ
แววหยอกเย้าในดวงตาจ้าวจวิ้นเข้มข้นขึ้นถึงขีดสุด เขาพึมพำว่า “มีคำพูดว่าไงนะ ที่ว่าเจ้าหมูป่ากิน...อะไรนะ?”
ไม่นานก็มีคนรับมุก
“เจ้าหมูป่ากินรำละเอียดไม่เป็น~”
หนุ่มสาวหลายคนเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย
จ้าวจวิ้นหัวเราะ
“ใช่”
ซูเมี้ยวเมี้ยวขมวดคิ้วเรียวงาม ใบหน้าเผยสีหน้าเบื่อหน่าย
จ้าวจวิ้นกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พี่ชาย อย่าถือสานะ ผมเป็นคนพูดตรง ๆ คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น”
หลินเซียวเงยตาขึ้นสบตาเขา
“ฉันไม่ได้บอกไปแล้วเหรอว่าชอบคนพูดตรง ๆ” เขายังคงยิ้ม ไม่โกรธไม่ขุ่นเคือง
รอยยิ้มของจ้าวจวิ้นแข็งค้างไปชั่วครู่
หึ
เขาส่ายหน้าไปมา เลิกเสแสร้งเสียที แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ฉันแค่สงสัยว่า คุณหนูซูมีเพื่อนอย่างนายได้ยังไง ไม่เห็นจะเข้ากันเลยสักนิด”
พูดจบ ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มดูแคลนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ซูเมี้ยวเมี้ยววางแก้วเหล้าลง สีหน้าเย็นชา แต่ไม่ได้พูดแทรก
หลินเซียวตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะเรามีวาสนาต่อกันมั้ง นายอิจฉาเหรอ?”
อีกฝ่ายถึงขั้นเปิดหน้ากันแล้ว เขาย่อมไม่จำเป็นต้องเกรงใจ
