หญิงสาวทั้งสองเดินตามออกไป
ทั้งสามคนออกไปหมดแล้ว แต่คนในห้องโถงยังไม่มีใครกล้าพูด ต่างมองหน้ากันไปมา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ตอนหญิงสาวทั้งสองออกมาข้างนอก หลินเซียวก็ยืนรออยู่ข้างรถแล้ว
เขาคีบบุหรี่มวนหนึ่งไว้ในมือ พ่นควันออกมาเป็นสาย แววตาฉายประกายครุ่นคิด
หลิ่วอวิ้นมองเขาอย่างสงสัย
เธอใช้แขนแตะเจียงชูหนิงเบา ๆ แล้วถามว่า “เพื่อนสนิทเธอสูบบุหรี่ด้วยเหรอ”
เจียงชูหนิงเองก็มองไปด้วยความประหลาดใจ
“ปกติไม่สูบหรอก รู้สึกว่า...เหมือนกำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น”
มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ดวงตาคู่งามของหลิ่วอวิ้นฉายแววตกใจ เธอมองอีกครั้ง
เจียงชูหนิงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ก่อนยิ้มถามว่า “ขอสัมภาษณ์หน่อย รู้สึกยังไงบ้าง”
แม้เธอไม่ได้พูดให้ชัด แต่หลิ่วอวิ้นก็รู้ทันทีว่าเจียงชูหนิงหมายถึงอะไร
“ไม่รู้เหมือนกัน...”
เธอส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตอบตามตรง
จนถึงตอนนี้ ภาพมือใหญ่ที่พุ่งเข้าคว้ามีดสั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
เธอเองก็อธิบายความรู้สึกนั้นไม่ถูก
เจียงชูหนิงเม้มปากยิ้ม
ระหว่างพูดคุยกัน ทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าหลินเซียวแล้ว
หลินเซียวกำลังจดจ่อกับเรื่องหลิวเฉินกวง อารมณ์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พอเห็นหญิงสาวทั้งสองมาถึงก็ขยี้ก้นบุหรี่ดับ ก่อนหันไปขึ้นรถ
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวไปส่งพวกเธอกลับก่อน”
เขานั่งที่เบาะข้างคนขับ โดยไม่ทันสังเกตว่าหลิ่วอวิ้นดูผิดแปลกไป
