หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “ทำไมถึงทำไม่ได้?”
หลิวซานเอ๋อร์รีบตอบว่า “คุณหลิน หลายปีมานี้ตระกูลหลิวสร้างเส้นสายไว้ไม่น้อย ถ้าพวกนั้นแจ้งตำรวจขึ้นมา... ผมจัดการเรื่องยุ่งยากนี้ไม่ไหวหรอกครับ เว้นแต่ว่าคุณหนูใหญ่สกุลหลิ่วจะออกหน้าช่วยคลี่คลายให้”
หลินเซียวเข้าใจในทันที
เขามัวแต่จมอยู่กับความโกรธจนลืมเรื่องแจ้งตำรวจไปเสียสนิท นี่เป็นปัญหาจริง ๆ
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีเส้นสายแบบนั้น
“แล้วมีวิธีอื่นอีกไหม?” เขาถาม
หลิวซานเอ๋อร์ยิ้มกริ่ม “คุณหลิน อย่าเพิ่งร้อนใจครับ เข้าไปนั่งข้างในก่อน ผมจะลองจัดการดู เผื่อจะมีวิธีอื่น”
เขาพอมีแนวทางแล้ว แต่ต้องดูก่อนว่าจะทำได้หรือไม่
หลินเซียวพยักหน้าเบา ๆ
“ได้”
เขาเดินตามหลิวซานเอ๋อร์เข้าไปในห้องส่วนตัว
“นี่ นายคนนั้นน่ะ รีบพาสาว ๆ มาสักสองสามคน คอยปรนนิบัติคุณหลินให้ดี”
หลิวซานเอ๋อร์สั่งผู้จัดการชั้นคนหนึ่งที่อยู่ด้านนอก
ผู้จัดการชั้นรีบตอบรับ
“ได้ครับ!”
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง รีบไปหาวิธีเถอะ”
หลิวซานเอ๋อร์ยิ้มเจื่อน ๆ
“ได้ครับ ได้ งั้นผมไปสืบเดี๋ยวนี้เลย”
พูดจบเขาก็รีบหมุนตัวจากไป
หลินเซียวเอนหลังพิงโซฟา สีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าแววตายังคงเปล่งประกายดุดัน
เขายกฝ่ามือขึ้น เห็นรอยเลือดสองแถบอยู่บนนั้น เลือดยังค่อย ๆ ไหลซึมออกมา
เขาหากระดาษทิชชูมาเช็ดลวก ๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร
