เจียงชูหนิงถามด้วยความสงสัย
ดูเหมือนเธอจะชินกับการมีหลินเซียวอยู่ข้างกายตลอดเวลาแล้ว พอไม่ได้เจอเขาทั้งวันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
หลินเซียวตอบว่า “ผมออกมาทำธุระข้างนอกน่ะ คุณเลิกงานแล้วเหรอ?”
“ใช่”
เจียงชูหนิงพูดเสียงนุ่ม “ฉันอยากชวนคุณออกไปกินข้าว มีเวลาไหม?”
หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“หลิ่วอวิ้นก็อยู่ด้วยใช่ไหม?” เขาถาม
เจียงชูหนิงเหลือบมองหลิ่วอวิ้นที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“แน่นอนว่าเธออยู่ด้วย”
หลิ่วอวิ้นขมวดคิ้ว จ้องมองอย่างเงียบงัน สีหน้าดูแปลกไปเล็กน้อย
หลินเซียวหัวเราะ “งั้นผมไม่ไปแล้วกัน ยังมีธุระต้องจัดการอยู่ พวกคุณสองคนไปกินกันเถอะ”
เจียงชูหนิงได้ยินแล้วแทบหลุดหัวเราะออกมา
เธอกำลังจะพูด…
จู่ ๆ หลิ่วอวิ้นก็ฉวยโทรศัพท์จากมือเธอไป
“อะไรคือไม่ไปแล้วกัน? ฉันอยู่ด้วยก็เลยไม่มาใช่ไหม?”
เธอพูดเสียงเรียบ
เดิมทีความประทับใจที่มีต่อหลินเซียวเพิ่งจะดีขึ้นมานิดหน่อย ตอนนี้เธอแค่อยากชนะเดิมพัน พอได้ยินคำพูดของเขาก็รู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที
หลินเซียวเองก็นึกไม่ถึงว่าหลิ่วอวิ้นจะอารมณ์ร้อนขนาดนี้
“คุณอยู่หรือไม่อยู่ ผมก็ไม่ไปอยู่ดี กำลังยุ่ง”
เขาพูดเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจนัก
หลิ่วอวิ้นกล่าวอย่างเย็นชา “ยุ่งจริง ๆ หรือไม่กล้ามา กลัวฉันจับพิรุธได้หรือไง?”
หลินเซียวจนปัญญา
“กินข้าวมื้อเดียวจะจับพิรุธอะไรได้? อย่าคิดมากเลย ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลามานั่งพูดไร้สาระกับคุณ”
เขาตอบปัด ๆ
พูดไร้สาระงั้นเหรอ?
