หลิ่วอวิ้นพยักหน้าเบา ๆ
“คุณปู่เป็นห่วงฉัน ถึงได้ส่งคนมาให้เป็นพิเศษ”
เธอพูดเสียงเรียบ
หลินเซียวเข้าใจขึ้นมาทันที มุมปากยกยิ้ม “คุณปู่เธอปฏิบัติกับเธอดีไม่น้อยเลยนะ ส่งยอดฝีมือขั้นสี่มาตั้งสองคน สมกับเป็นตระกูลใหญ่จริง ๆ”
เขาอดทอดถอนใจไม่ได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิ่วอวิ้นขมวดคิ้วงามเล็กน้อย ในใจก็พลันประหลาดใจขึ้นมาเช่นกัน
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงสองคนนี้มีฝีมือระดับไหน
ที่แท้ก็เป็นยอดฝีมือขั้นสี่งั้นหรือ?
เธอทั้งซาบซึ้งใจและปวดใจอยู่บ้าง
เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ผู้หญิงทั้งสองก็พยักหน้าให้หลิ่วอวิ้นอย่างไร้อารมณ์ จากนั้นหันหลังเดินไปทางไกล
ก่อนจากไป พวกเธอต่างเหลือบมองหลินเซียวแวบหนึ่ง
หลินเซียวไม่ได้ใส่ใจอะไร เดินเข้าไปผลักประตูแล้วก้าวเข้าไปทันที
เสียงเปิดประตูดึงความสนใจของเจียงชูหนิง เธอหันมามองทันควัน
เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือหลินเซียวกับหลิ่วอวิ้น ความตึงเครียดที่ข่มไว้ก็คลายลงในพริบตา ในใจก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา
แต่สีหน้ากลับไม่เผยอารมณ์นั้นออกมา
หลินเซียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “รอนานแล้วสินะ ฉันกลับมาแล้ว”
เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างสบายใจ
หลิ่วอวิ้นนั่งลงฝั่งตรงข้าม
เจียงชูหนิงจึงลุกจากเก้าอี้ เดินเข้ามาช้า ๆ ดวงตาคู่งามจับจ้องใบหน้าของหลินเซียวไม่วาง
ระหว่างที่เดินมา เธอก็ค่อย ๆ สงบอารมณ์ที่ปั่นป่วนลง
“เหนื่อยหน่อยนะ”
เธอหยุดยืนแล้วเม้มปากยิ้ม
หลินเซียวตอบยิ้ม ๆ “ทำเพื่อตัวเราเอง จะเหนื่อยอะไรล่ะ”
