เจียงชูหนิงไม่โกรธ สีหน้าลึกลับพลางยิ้มถามว่า “อายจนโมโหแล้วเหรอ?”
หลิ่วอวิ้นกัดฟันแน่น
“ยัยตัวแสบ อยากโดนจัดการอีกแล้วใช่ไหม!”
ซูเมี้ยวเมี้ยวยังอยู่ตรงนี้ ทำให้หลิ่วอวิ้นอับอายมาก เธอลุกขึ้นแล้วผลักเจียงชูหนิงล้มลงบนโซฟาทันที
เจียงชูหนิงพยายามห้าม แต่หลิ่วอวิ้นไม่ฟัง
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองพฤติกรรมของหญิงสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้ม จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าผู้หญิงสองคนนี้ไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คิด
ผ่านไปนาน หลิ่วอวิ้นถึงยอมปล่อยมือ
เจียงชูหนิงนั่งตัวตรง จัดผมที่ยุ่งเล็กน้อยให้เข้าที่
เธอพูดอย่างไม่พอใจว่า “รู้จักแต่ลงไม้ลงมือ วันหลังฉันจะให้เพื่อนสนิทสอนท่าสองท่า แล้วคอยดูว่าแกยังกล้ารังแกฉันอีกไหม”
หลิ่วอวิ้นถลึงตาใส่เบา ๆ
“ก็เธอพูดจาไม่รู้จักเอาจริงเอาจังเองนี่” เธอพูดเสียงเรียบ
ซูเมี้ยวเมี้ยวยกมือปิดปาก หัวเราะอย่างมีความสุข
เธอไม่คิดเลยว่าผู้หญิงสองคนที่มีชื่อเสียงมากในกรุงปักกิ่ง เวลาอยู่กันตามลำพังจะเป็นแบบนี้ หลิ่วอวิ้นยังพอว่า แต่เจียงชูหนิง ประธานสาวผู้เย็นชา กลับมีท่าทีเช่นนี้เมื่ออยู่ส่วนตัว
แววตาเจียงชูหนิงเป็นประกาย เธอยิ้มแล้วพูดว่า “เมี้ยวเมี้ยว ต่อไปเราสองคนมาอยู่ทีมเดียวกันไหม ผู้หญิงคนนี้ชอบรังแกเซียวเซียวของเราตลอดเลย”
หลิ่วอวิ้นขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วหันไปมองซูเมี้ยวเมี้ยว
เธออยากรู้เหลือเกินว่ายัยหนูน่ารักคนนี้เป็นใครกันแน่
ซูเมี้ยวเมี้ยวยิ้มหวาน