หลินเซียวกวาดตามองไปรอบ ๆ นั่นเป็นสัญญาณว่าการประมูลกำลังจะเริ่ม ทุกคนจึงลุกขึ้นเดินไปยังห้องประมูล
เจียงชูหนิงเหลือบมองเขาแล้วตอบว่า “ที่ไหน ๆ ก็มีของปลอมทั้งนั้น ถ้าซื้อของปลอมจากที่นี่ หวังไห่คุนก็ทำได้แค่ยอมรับว่าโชคร้ายเอง แต่ถ้าเขาซื้อของปลอมจากพวกเรา เขาจะเอาเรื่องพวกเรา”
หลินเซียวพลันเข้าใจขึ้นมา
เพราะไม่อาจล่วงเกินโรงประมูลได้ ต่อให้ซื้อของปลอมมาก็ทำได้แค่กล้ำกลืนความเจ็บใจลงท้อง
“ไปกันเถอะ”
เจียงชูหนิงลุกขึ้น เดินตามทุกคนไปยังห้องประมูล
มุมปากหลินเซียวยกขึ้นเล็กน้อย
โสมต้นนั้นกำลังจะได้ใช้เร็วขนาดนี้เลยหรือ?
เจียงชูหนิงมีสีหน้าเคร่งเครียด ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ส่วนหลินเซียวกลับไม่กังวลแม้แต่น้อย
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นหลิวเฉินกวงยืนรออยู่ข้างหน้า
หลินเซียวเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ผู้จัดการเจียง ให้ผมช่วยระบายความอัดอั้นแทนไหม?”
เจียงชูหนิงขมวดคิ้วเรียวงาม แต่คิดไปคิดมาก็เข้าใจดีว่าวันนี้แทบไม่มีหวังแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอก็ไม่ควรต้องทนกล้ำกลืนความอึดอัด
“แค่อย่าลงไม้ลงมือก็พอ” เธอตอบเสียงเรียบ
หลินเซียวหัวเราะ
“เข้าใจแล้ว”
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงตรงหน้าหลิวเฉินกวง
“ผู้จัดการเจียง คิดได้หรือยัง?” หลิวเฉินกวงถามด้วยรอยยิ้ม
คำพูดนี้ดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างอีกครั้ง
เจียงชูหนิงมองตรงไปข้างหน้า ยังไม่ทันได้พูด เสียงยิ้ม ๆ ของหลินเซียวก็ดังขึ้นว่า “คุณชายหลิวใช่ไหม? ผู้จัดการเจียงของเรายังคิดไม่ตก แต่ผมนึกวิธีดี ๆ ออกแล้ว”
