หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาหันไปตามเสียง เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตเนื้อดีคู่กับกางเกงสแล็ก กำลังเดินเข้ามาช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวผ่อง เรียกได้ว่าเป็นคุณชายรูปหล่อฐานะดีตามแบบฉบับ
เจียงชูหนิงยังคงสงบนิ่ง เธอเงยหน้าขึ้นกวาดตามองเขาอย่างไม่ใส่ใจ
“ทำไม ฉันมาไม่ได้หรือไง?”
เธอพูดเสียงเย็นชา
หลินเซียวเข้าใจได้ทันที ท่าทีแบบนี้แสดงว่าหมอนี่คงเป็นสาเหตุที่เจียงชูหนิงเตือนไว้ก่อนหน้านี้แน่
หลิวเฉินกวงหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะน้ำชา
ชายร่างกำยำสองคนสวมชุดสูทและแว่นกันแดดเดินตามมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านหลังหลิวเฉินกวง
“มาได้อยู่แล้วครับ ผมไม่มีสิทธิ์ห้ามผู้จัดการเจียงหรอก แค่สงสัยว่าทำไมผู้จัดการเจียงถึงต้องมาด้วย ผมบอกแล้วนี่ครับ ขอแค่คุณตอบรับเงื่อนไขของผม โสมต้นนั้นผมยกให้คุณได้”
หลิวเฉินกวงยิ้มพลางพูดด้วยแววตาลุ่มลึก
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา หลินเซียวก็รู้สึกขัดใจขึ้นมา
เจียงชูหนิงละสายตา ไม่คิดจะสนใจอีก แล้วพูดเสียงเย็นว่า “โสมต้นเดียวก็คิดจะแลกกับมื้อค่ำของฉันหรือ หลิวเฉินกวง มื้อค่ำของฉันไม่ได้ราคาถูกขนาดนั้น”
หลินเซียวอดทอดถอนใจในใจไม่ได้
สมกับเป็นสาวแกร่งจริง ๆ
หลิวเฉินกวงยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ผู้จัดการเจียง ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยครับ คุณเป็นสาวสวยที่ไม่มีเบื้องหลัง อยากตั้งหลักในกรุงปักกิ่ง ถ้าไม่หาที่พึ่งสักคนจะทำได้ยังไง?”
เขาพูดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
ไม่มีเบื้องหลังงั้นหรือ?
หลินเซียวเหลือบมองหลิวเฉินกวง แล้วก็เข้าใจขึ้นมาทันที
