แววตาคมกริบวาบขึ้นในดวงตาล้ำลึกของเขา หลังนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นทันที
“เรียกผู้อาวุโสใหญ่สามคนของสำนักในมา ตามข้าไปจับคน!”
เสียงกังวานทุ้มลึกพลันดังก้องไปทั่วโถงใหญ่ แผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง
สำนักหลิงเซียว ภายในเขตศิษย์สายนอก
ใต้แสงราตรี เงาร่างอรชรเลือนรางทะยานข้ามกำแพงเข้ามา เพียงวูบไหวก็ตรงไปยังจวนของผู้อาวุโสสายนอก แม้มีศิษย์สายนอกอยู่มากมาย แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเงาร่างนั้นเลย
ไม่นาน อวิ๋นเยว่ก็ปรากฏตัวในโถงรับรองของจวน
“ผู้อาวุโสใหญ่”
นางกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยเรียกเสียงเบา เสียงของนางแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายใต้การโอบล้อมของปราณ
สามวินาทีผ่านไป...
เอี๊ยด!
ประตูไม้เปิดออก เงาดำสายหนึ่งวูบเข้ามาในห้อง ก่อนประตูไม้จะปิดลงตามหลัง
ชายชราผมขาวในชุดคลุมดำปรากฏกายตรงหน้าอวิ๋นเยว่ สีหน้าตื่นเต้นอย่างยิ่ง
“องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ ท่าน...ออกมาแล้ว!”
เขายกมือขึ้นอย่างลังเล มือสั่นเทาไม่หยุด ดวงตาชราพร่าเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา
อวิ๋นเยว่มีแววตาล้ำลึก
“ออกมาแล้ว ไม่มีเวลาคุยเล่น ลู่ไห่เฟิงต้องรู้แล้วแน่ว่าข้าหนีออกมาได้ เขาจะต้องส่งคนไล่ล่าข้าแน่ ผู้อาวุโสใหญ่ คนเดียวในสำนักนี้ที่ข้าเชื่อใจคือท่าน ช่วยชี้ทางให้ข้าที”
นางกล่าวอย่างเด็ดขาด ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
แววตาขุ่นมัวของผู้อาวุโสใหญ่พลันวาบขึ้น
“มีทางขอรับ! องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ ข้ารอวันนี้มานานแล้ว คิดทบทวนทุกอย่างไว้หมดแล้ว ตอนนี้คนที่มีอำนาจในสำนักในล้วนถูกไอ้สารเลวนั่นเปลี่ยนให้เป็นพรรคพวกของมัน ส่วนสำนักนอกยังลังเลไม่แน่ใจ แต่ถึงอย่างไรกำลังก็ยังไม่พอ เราไม่ใช่คู่มือของมันในตอนนี้”
