“คุณ...”
ริมฝีปากของเธอขยับอย่างยากลำบาก เปล่งเสียงออกมาได้เพียงคำเดียวแต่กลับพูดไม่จบประโยค มือเล็กที่แหวกผ้าพันแผลก็สั่นเบา ๆ
หลินเซียวเดาได้อยู่แล้วว่าเธอจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้
“ใกล้หายดีแล้ว ไม่เป็นไรหรอก แผลเล็กน้อยเอง” เขายิ้มปลอบ ก่อนหันตัวสะบัดมือเล็ก ๆ ของซูเมี้ยวเมี้ยวออก ไม่อยากให้เธอมอง
ซูเมี้ยวเมี้ยวกัดริมฝีปาก ความรู้สึกมากมายปะปนกันจนสับสน
ตอนแรกเธอเป็นห่วงจริง ๆ ถึงได้รีบร้อนมาที่นี่ เพราะอยากถามข่าวของหลินเซียว แต่พอเห็นเขาเดินออกมาจากบริษัทอย่างปลอดภัย หัวใจของเธอก็เย็นวาบไปกว่าครึ่ง
เธอคิดว่าหลินเซียวจงใจเมินตนเอง จึงเตรียมใจไว้ว่าจะหายไปจากชีวิตเขาเสียที
ไม่คิดเลยว่า...
จู่ ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“คุณบาดเจ็บได้ยังไง? คุณ...”
เธอเป็นห่วงจนไม่รู้จะพูดอะไร ความคิดก็ยุ่งเหยิงไปหมด
หลินเซียวยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงหรอก อย่ากังวลเลย ผมสบายดี ไม่มีอะไรหรอก”
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองเขานิ่ง ๆ
“ก็ได้ ฉันไม่กังวลแล้ว”
แต่สีหน้าของเธอกลับฟ้องชัดว่าไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย
หลินเซียวสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของเธอ ในใจก็อบอุ่นขึ้นมาก
พ่อแม่จากไปตั้งแต่เขายังเด็ก เขาต้องแบกรับความกดดันในชีวิตเพียงลำพัง จึงโหยหาความห่วงใยมาโดยตลอด
พูดอีกอย่างก็คือ เขาขาดความรัก
ตลอดหลายปีมานี้ เขาไม่เคยสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้จากซุนหยางหยางเลย ถึงขั้นเคยคิดว่าความรักคงมีอยู่แค่ระหว่างคนในครอบครัวเท่านั้น
