ซูเมี้ยวเมี้ยวขมวดคิ้วเรียว พลางระแวดระวังขึ้นมา
“จ้าวจวิ้น? คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เธอถามอย่างสงสัย ก่อนจะถอยหลังไปสองก้าวอย่างแนบเนียน มือก็กำโทรศัพท์ไว้แน่น
จ้าวจวิ้นมีรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่าลึกเข้าไปในดวงตากลับเต็มไปด้วยโทสะ
เรื่องคราวก่อนยังคงติดค้างอยู่ในใจเขา
“อยากชวนคุณไปกินข้าวน่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ผมคิดถึงคุณแล้ว” เขาพูดช้า ๆ พร้อมรักษารอยยิ้มสุภาพบุรุษไว้
ซูเมี้ยวเมี้ยวรู้สึกรังเกียจขึ้นมา
เธอไม่แสดงอารมณ์ออกมา แล้วตอบเสียงเย็นชา “จ้าวจวิ้น คำพูดแบบนี้ของคุณชวนให้เข้าใจผิดนะ ถ้าแฟนฉันได้ยินคงไม่พอใจ”
แววอำมหิตวาบขึ้นในดวงตาจ้าวจวิ้นทันที
แฟน!
เขาฝืนยิ้มออกมา แล้วพูดเสียงเรียบ “เมี้ยวเมี้ยว ไอ้หมอนั่นคู่ควรกับคุณตรงไหน? มันเป็นตัวอะไรถึงได้...”
ยังพูดไม่ทันจบ ซูเมี้ยวเมี้ยวก็เอ่ยตัดบทเสียงเย็น
“จ้าวจวิ้น พูดให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหม? ทำไมต้องพูดถึงแฟนฉันแบบนั้น? ถ้ายังพูดแบบนี้อีก ต่อไปก็ไม่ต้องมาหาฉันแล้ว!”
เธอจ้องจ้าวจวิ้นด้วยสายตาเย็นเยียบ ไม่คิดปิดบังความโกรธแม้แต่น้อย
จ้าวจวิ้นกำพวงมาลัยแน่น โทสะในใจพลุ่งพล่านราวกับไฟลุกโหม
เขาควบคุมอารมณ์ให้สงบลง แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม “เมี้ยวเมี้ยว คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ ตลอดหลายปีมานี้ผมชอบคุณมาตลอด แม้แต่ตอนอยู่ต่างประเทศ ผมก็ยังคิดถึงคุณทุกวัน คุณให้โอกาสผมสักครั้งไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”
คราวนี้เขาไม่คิดปิดบังอีกต่อไป พูดความในใจออกมาตรง ๆ
