เสิ่นอู้เริ่มสังเกตพี่ชายสี่ที่เหมือนตัวเองตรงที่ไม่ค่อยมีตัวตนในบ้าน
เขาพบว่าพี่ชายสี่ร้องไห้ง่ายมาก แค่ชนหรือกระแทกนิดหน่อยก็ร้อง พอโดนใครพูดเสียงดังใส่ก็ร้อง หรือแม้แต่อยู่คนเดียวก็ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ
อาการนี้คล้ายกับภาวะน้ำตาไหลเอง แต่เสิ่นอู้คิดว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด
เทียบกับคำบรรยายในตำราเรื่องภาวะน้ำตาไหลเองแล้ว พี่ชายสี่คนนี้ควบคุมตัวเองได้อย่างชัดเจน เพียงแต่เขาไม่ยอมทำ
เสิ่นอู้เริ่มตามติดเสิ่นจี้เจ๋อ จดบันทึกสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เขาร้องไห้ แล้วค้นหากรณีที่เกี่ยวข้องในหนังสือ เขาคิดว่าพี่ชายสี่คนนี้น่าสนใจมาก ไม่ใช่เพราะนิสัย แต่เพราะร่างกายของเขา
ดูเหมือนคนอื่นในบ้านยังไม่มีใครรู้ว่าแผลของเสิ่นจี้เจ๋อไม่สามารถสมานตัวเองได้
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เพื่อศึกษาร่างกายของเสิ่นจี้เจ๋อให้มากขึ้น เสิ่นอู้อาจหยิบมีดมากรีดแผลบนตัวเสิ่นจี้เจ๋อเพื่อทดสอบเลยก็ได้
แต่หลังจากโดนพี่ชายใหญ่สั่งสอนไปครั้งหนึ่ง เขาก็เข้าใจแล้วว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้
ดังนั้นเขาก็เลยได้แต่เดินตามเสิ่นจี้เจ๋อไปเรื่อยๆ รอให้เสิ่นจี้เจ๋อทำตัวเองบาดเจ็บเอง
ทว่า หนึ่งเดือนผ่านไป เสิ่นจี้เจ๋อก็ไม่ได้บาดเจ็บเลย ตอนที่เสิ่นจี้เจ๋ออยู่คนเดียว ดูเหมือนเขาจะระวังตัวเป็นพิเศษ
จนกระทั่งวันนั้น มีแขกคนอื่นๆ มาที่บ้าน พ่อกับแม่ยุ่งอยู่กับการต้อนรับแขก ส่วนเสิ่นจี้เจ๋อโดนเด็กที่อายุน้อยกว่าเล่นด้วยแบบไม่รู้จักเบาแรง ในที่สุด
