ตกกลางคืน เสิ่นเยว่ถูกเสียงฟ้าร้องปลุกให้ตื่น ในชั่วพริบตาที่ลืมตา แสงฟ้าแลบส่องสว่างมุมหนึ่งของห้อง กล้องที่กระพริบไฟแดงในความมืดนั้นชวนให้ไม่มีทางมองข้าม
เสิ่นเยว่ลุกจากเตียง แล้วก็ปิดกล้องที่ซุกอยู่ตรงมุมห้องไปซะ
ทีมงานเถื่อนนี่ ถ่ายแม้กระทั่งคนนอนหลับเลยหรือไง
กำลังจะนอนลงต่อ ก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นเบา ๆ อยู่หน้าประตู
เสียงเบามาก ซ่อนอยู่ในเสียงฟ้าร้องกับเสียงฝนที่ดังสนั่นจนแทบไม่ได้ยิน แต่เสิ่นเยว่ก็ยังจับได้
ตอนนี้เธอไวต่อความเคลื่อนไหวรอบตัวมาก
แล้วฟังจากเสียงก็ดูคล้ายโจวเสวี่ยหรง หรือก็คือน้องสาวของนังตัวร้ายนั่นเอง
นึกถึงท่าทีที่โจวเสวี่ยหรงแทบไม่มีบทบาทอะไรในตอนกลางวัน เสิ่นเยว่ก็เปิดประตูห้อง แล้วก็เจอโจวเสวี่ยหรงอยู่ที่มุมใต้ชายคาด้านซ้าย
ตรงนี้เป็นจุดที่หายากที่จะไม่มีกล้องจับ แถมตอนกลางคืนกล้องที่ถ่ายทอดสดตามติดก็อยู่ในบ้านกันหมด ที่ตรงนี้เลยเหมาะสุด ๆ สำหรับการระบายอารมณ์
เสิ่นเยว่ค่อนข้างแปลกใจที่โจวเสวี่ยหรงหามุมนี้เจอ ถ้าไม่ใช่ความบังเอิญ ก็แสดงว่าโจวเสวี่ยหรงมีทักษะการสังเกตที่ดีมาก
ตอนที่เสิ่นเยว่เดินเข้าไปใกล้ โจวเสวี่ยหรงก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นเสิ่นเยว่ก็ตกใจ แต่ในขณะเดียวกันก็โล่งใจ
คงไม่อยากรบกวนคนอื่น เธอจึงขอโทษเสิ่นเยว่เบา ๆ “ขอโทษนะ หนูรบกวนพี่แล้ว เดี๋ยวหนูกลับห้องแล้วค่ะ”
สิ้นเสียง ฟ้าก็ร้องดังสนั่น ร่างกายของโจวเสวี่ยหรงสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เธอฝืนลุกเดินผ่านเสิ่นเยว่ไป อาศัยแสงสลัว เสิ่นเยว่ก็เห็นสีหน้าหวาดกลัวแต่เก็บกดของเธอ
ไม่เหมือนเด็กอายุ 12 ปีเลยสักนิด
