หลังจากแน่ใจว่าเสิ่นเยว่ได้มื้อค่ำสุดหรูสำหรับสองคนแล้ว ทีมงานก็พาทุกคนไปที่ห้องอาหารในเรือนโบราณ
ถึงจะเรียกว่าห้องอาหาร แต่จริง ๆ ก็แค่ห้องโทรม ๆ ที่พอทำความสะอาดได้หน่อย แล้วตั้งโต๊ะไม้สองตัว
โต๊ะไม้ทั้งสองตัวไม่ใหญ่เท่าไร แต่เก้าอี้ที่วางรอบ ๆ มีแปดตัวพอดี
ตอนนี้โต๊ะหนึ่งมีอาหารวางไว้แล้ว มีทั้งกับข้าวและผัก ตรงกลางมีพระกระโดดกำแพงในถ้วยงามหรู ส่วนอีกโต๊ะยังว่างเปล่า
“ทางนี้เป็นมื้อค่ำสำหรับสองคน น้องเสิ่นเยว่สามารถเชิญคนหนึ่งมาร่วมกินด้วยได้ ส่วนคนอื่นต้องลงมือทำกับข้าวเองโดยใช้วัตถุดิบข้างนอก”
ก้นที่กำลังจะหย่อนลงนั่งกินของเสิ่นเยว่ชะงักค้าง เธอยืดตัวขึ้น กำลังจะยื่นมือชี้คำตอบ แต่ทีมงานก็เริ่มออกไอเดียแสบ ๆ อีกแล้ว
“มื้อค่ำสุดหรูยังเหลืออีกหนึ่งที่ ว่าที่นี้จะตกเป็นของผู้ใด ต้องดูการตัดสินใจของเสิ่นเยว่ ทุกคนรีบถือโอกาสพูดคุยกับน้องเสิ่นเยว่ เพิ่มโอกาสถูกเลือกให้มากขึ้นได้นะ”
เห็นได้ว่าบทพูดยาวเหยียดเมื่อกี้ของเสิ่นเยว่ทำให้หลายคนยอมศิโรราบ เมื่อกี้ยังเรียกเพื่อนร่วมชั้นเสิ่นเยว่ ตอนนี้กลายเป็นน้องเสิ่นเยว่ไปแล้ว
เสิ่นเยว่คิดจะดึงมือเสิ่นซวงอี้ตรง ๆ ไม่นึกว่าหลีซิงจะจัดการให้ก่อน “พวกเราลูกผู้ชายไม่เห็นแก่ของอร่อยพวกนี้ อาวีสามารถเลือกจากเพื่อนหญิงอีกสองคนที่เหลือได้”
โจวเสวี่ยเจิงฟังแล้วก็พูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ “หนูไม่ต้องหรอกค่ะ ทานสลัดนิดหน่อยก็พอ”
อย่างนี้ก็เหลือแค่โจวเสวี่ยหรง
