ทีมผู้กำกับยื่นคำตอบที่เพิ่งได้คืนมานั้นส่งต่อไปอีกมือหนึ่ง โจวเสวี่ยเจิงมองอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เยว่เยว่เก่งจริง ๆ เลยนะ เขียนตั้งหลายตัวอักษรได้ในเวลาสั้น ๆ แค่นี้ เสวี่ยหรง เธอต้องตั้งใจเรียนรู้จากน้องสาวเสิ่นเยว่ให้ดีนะ มาดูที่น้องเขียนสิ”
โจวเสวี่ยเจิงดูเหมือนจะชมเสิ่นเยว่ แต่พอคำพูดนี้ตกเข้าหูคนอื่นกลับให้ความรู้สึกแปลก ๆ ตลอดเวลา
โดยเฉพาะเจียงซื่อเหวินที่ดูคำตอบทั้งหมดของเสิ่นเยว่แล้ว เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของโจวเสวี่ยเจิงดีที่สุด
ทั้งที่จุดเด่นของเสิ่นเยว่คือเนื้อหาที่เธอเขียนออกมา แต่คำพูดประโยคนี้กลับเบี่ยงเบนประเด็นไปที่จำนวนตัวอักษรของคำตอบที่เสิ่นเยว่เขียน
เจียงซื่อเหวินไม่รู้ว่าโจวเสวี่ยเจิงมีจุดประสงค์อะไร แต่นั่นก็ไม่ขัดขวางที่เขาจะกากบาทเครื่องหมายผิดไว้ในใจให้โจวเสวี่ยเจิง
ผู้หญิงคนนี้ พิกล ๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนพวกดอกบัวขาวที่พี่สาวเขาเคยเจอมาก่อนเลย
ยังไม่แน่ใจนะ ดูไปก่อน
แม้โจวเสวี่ยหรงจะเป็นน้องสาวของโจวเสวี่ยเจิง แต่ท่วงท่าของเธอกลับแตกต่างจากโจวเสวี่ยเจิงที่ดูมั่นอกมั่นใจอย่างสิ้นเชิง เวลาเดินก้มหน้านิด ๆ มือก็ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน มีความเคอะเขินประหม่าแบบแปลก ๆ
ทว่าโจวเสวี่ยเจิงผู้ “เข้าใจจิตใจคนอื่น” เป็นปกติกลับเหมือนมองไม่เห็นสิ่งนี้ หยิบคำตอบของเสิ่นเยว่เข้ามาใกล้โจวเสวี่ยหรงเพื่อสั่งสอนเธอ “ดูสิเธอน่ะ แม้แต่น้องเสิ่นเยว่ยังรู้ว่าโจทย์ข้อนี้ทำยังไง ทำไมเธอถึงทำไม่ได้ล่ะ แถมยังแก่กว่าน้องอีกนะ ปกติแล้ว เธอต้องทุ่มเทความคิดให้กับการเรียนมากกว่านี้ อย่าให้พ่อกับแม่ต้องเป็นห่วงรู้ไหม”
เสิ่นเยว่: ?
เธอรู้สึกว่าโจวเสวี่ยเจิงคนนี้ดูเหมือนมีอะไรผิดปกติอย่างแรง ใช้ตรรกะไร้เหตุผลสิ้นดีมาบีบบังคับมัดตัวมัดใจ
แต่ผู้ชมกลับถูกโจวเสวี่ยเจิงพาตามน้ำไปเสียเยอะ
ประโยคสุดท้ายของโจวเสวี่ยเจิงนั้นหว่านล้อมได้แนบเนียนมาก พอโยงถึงพ่อแม่เมื่อไหร่ การกระทำของเธอก็ถูกอธิบายได้ว่าเป็นห่วงครอบครัว ทำเพื่อครอบครัว ถ้าโจวเสวี่ยหรงเถียงกลับ คนผิดก็จะกลายเป็นโจวเสวี่ยหรงแทน
