เดิมทีเสิ่นเยว่กำลังเช็ดน้ำตาให้สี่ขี้แยอยู่ พอได้ยินคำพูดของเสิ่นอู้ มือก็ชะงัก จู่ ๆ ในใจก็รู้สึกแปลก ๆ
ตัวทดลอง
มิน่าล่ะ หล่อนถึงรู้สึกมาตลอดว่าบาดแผลบนตัวพี่ชายสี่บางรอยดูไม่เหมือนจะทำเองโดยไม่ตั้งใจได้
ถ้าจะถามว่าทำไมเสิ่นเยว่ถึงรู้ว่าเสิ่นจี้เจ๋อมีบาดแผลเต็มตัว ต้องย้อนไปตอนที่เสิ่นจี้เจ๋อชนะเย่อิ๋นครั้งนั้น
ตั้งแต่คราวที่เสิ่นจี้เจ๋อระเบิดพลังชนะเย่อิ๋น เขาก็เปลี่ยนจากเด็กขี้แยที่เอาแต่ก้มหน้างุด ๆ ไม่กล้าพูด กลายเป็นเด็กขี้แยที่ชอบเรียก 'น้องสาว' เบา ๆ แล้วก็เอาแต่จ้องเสิ่นเยว่ตาปริบ ๆ แบบไม่กล้าพูดอยู่ดี
ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่ต่างจากเดิม แต่ก็ต่างกันมากเลยล่ะ
ถึงแม้ว่าหลายครั้งเสิ่นจี้เจ๋อจะยังระวังตัวสุด ๆ แล้วก็ตกใจง่ายเหมือนเดิม แต่เขากลับร้องไห้ต่อหน้าเสิ่นเยว่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และพยายามใช้สมองสุดฉลาดของเขามาเข้าคู่กับวงจรความคิดของเสิ่นเยว่เสมอ
สรุปง่าย ๆ คือประโยคเดียว ทั้งคู่สื่อสารกันได้ดี
เสิ่นจี้เจ๋อคิดว่าเสิ่นเยว่ดีมาก คุยกับเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังเต็มใจพาเขาเล่นด้วย
เสิ่นเยว่ก็คิดว่าเสิ่นจี้เจ๋อดีมาก ตั้งใจฟังทุกคำที่หล่อนพูดแถมยังตามทุกจังหวะการกระทำของหล่อนได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
สรุปก็คือหลังจากผ่านการสื่อสารสุดอัศจรรย์แบบนั้นแบบนี้ ตอนนี้สองคนก็อยู่ด้วยกันได้ดีโดยไม่ต้องมีเสิ่นอี้เฉินอยู่บ้านแล้ว
ครั้งที่แล้วเสิ่นจี้เจ๋อหยิบของที่บ้าน ตอนถอยหลัง ดันเผลอไปกระแทกมุมโต๊ะอย่างแรงจนเจ็บจนร้องไห้โฮต่อหน้า เสิ่นเยว่เห็นเข้าเลยรีบเปิดเสื้อของเสิ่นจี้เจ๋อขึ้นมาเช็กแผล เสิ่นจี้เจ๋อมีความผิดปกติเรื่องการแข็งตัวของเลือด ถ้ามีเลือดออกใต้ผิวหนังจะยุ่งยากกว่าแผลทั่วไปอีก
