เสิ่นอี้เฉินที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่ ได้ยินเสียงหนิวไขว้หยุ่นพูดจริงจังแต่ไม่ค่อยมั่นใจผ่านโทรศัพท์ ปากกาหัวแหลมก็ตวัดเส้นลงบนกระดาษจนขาด
เสียงกระดาษขาดทำให้ผู้จัดการโครงการที่ยืนรออยู่ข้าง ๆ ใจเต้นแรง
ซวยแล้ว ต้องพิมพ์เอกสารเซ็นใหม่หมดเลย
แต่ผู้จัดการโครงการไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เดาหาว่าเรื่องอะไรทำให้ท่านประธานเสิ่นเดือดขนาดนี้ พลางสวดมนต์ขออย่าให้ไฟลามมาโดนตัวเอง
เมียยังรออยู่บ้าน อยากกลับไปกินข้าวตรงเวลา
“หมายความว่าไง?”
ผู้จัดการได้ยินเสิ่นอี้เฉินตอบกลับแค่นี้ แต่ละคำเต็มไปด้วยความฉงนและยังแฝง…ความกลัวนิด ๆ ?
“รู้แล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
แปลกแฮะ ประโยคนี้ทำไมอารมณ์มันถึงซับซ้อนขึ้นมาทันหูเลยล่ะ? สมกับเป็นท่านประธานเสิ่นจริง ๆ คำสั้น ๆ สองประโยคก็ฟังออกได้สองอารมณ์
ผู้จัดการโครงการเงี่ยหูฟัง หวังจะได้ยินข่าวฉาวชวนจิ้นของท่านประธานเสิ่นผู้สุขุมเกินวัย แต่แล้วก็มีเสียงเย็นชาเฉยชาดังขึ้นข้างหู “ไปพิมพ์เอกสารใหม่มาไว้บนโต๊ะ”
“ครับท่านประ…” ผู้จัดการรับคำพลางเงยหน้า ก็พบว่าท่านประธานเสิ่นที่เมื่อกี้ยังนั่งอยู่ตรงหน้า หายตัวไปแล้ว
ความเร็วนี้ พอ ๆ กับตอนที่เขาได้ยินว่าพ่อตาต้องไปผ่าตัดริดสีดวง
คิดถึงตรงนี้ ผู้จัดการโครงการปิ๊งไอเดีย รู้สึกว่าตัวเองเหมือนจับจุดอะไรได้
