"แจ้งข้อมูลเท็จ" เรื่องอาการของเสิ่นเยว่ หนิวไขว้หยุ่นเลยโดนเสิ่นอี้เฉินดุไปยกใหญ่
ชายหนุ่มร่างกำยำเต็มวัย กล้ามแขนที่ปูดได้สูงปรี๊ดทะลุฟ้า ผู้ห้าวหาญทรนง แต่กลับนั่งกระสับกระส่ายต่อหน้าเสิ่นอี้เฉิน เกาหัวซ้ายทีขวาทีอย่างเขิน ๆ "พี่เสิ่น ผมก็ไม่ได้ถนัดชีวะนี่นา พวกเด็กมันรุมพูดกันมา ผมก็เลยคิดว่ามันอาจจะเป็นไปได้จริง ๆ"
เสิ่นอี้เฉินถอนหายใจ "ฉันเคยบอกนายแล้วว่าอย่าเลือกเรียนแค่บางวิชา ไม่งั้นเดี๋ยวก็โดนหลอกสักวันหรอก... แล้วคราวนี้ดันเป็นฝีมือเด็กกลุ่มหนึ่งซะด้วย"
"พี่เอ้ย นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ พวกนั้นที่พี่ตามหามาได้มันไม่ใช่คนธรรมดานะ? ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเปิดห้องเรียนนี้ขึ้นมาแล้วให้น้องสาวพี่เข้าเรียนด้วย คนธรรมดาไม่มีทางเข้าใจอัจฉริยะและอยู่ร่วมกับอัจฉริยะได้หรอก ถ้าน้องพี่โดนกระหน่ำซะยับเยินก็อย่ามาโทษผมแล้วกัน"
จริง ๆ แล้วหนิวไขว้หยุ่นอายุมากกว่าเสิ่นอี้เฉิน แต่ด้วยเหตุผลพิเศษบางอย่าง เขาจึงจำต้องเรียกเสิ่นอี้เฉินว่าพี่
เสิ่นอี้เฉินได้ยินคำพูดนี้แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "เสิ่นเยว่ไม่มีทางถูกกระหน่ำแน่ เธอมีความสามารถมาก เพียงแต่ขี้เกียจเกินไป นายช่วยดูหน่อยอย่าให้เธอว่างจนไม่มีอะไรทำก็พอ"
หนิวไขว้หยุ่นนึกถึงหมอนใบยักษ์ในกระเป๋าหนังสือแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยเชื่อเท่าไร
แต่พอนึกกลับไปอีกทีถึงฝีมือการขยำหมอนอันเป็นเลิศของเสิ่นเยว่ ก็เริ่มรู้สึกเชื่อขึ้นมานิด ๆ
"ยัยหนูบ้านพี่นี่เป็นไงมาไงเนี่ย ก่อนหน้านี้พี่บอกว่าพ่อแม่พี่เป็นคนดูแลไม่ใช่เหรอ ดูแลกันจนได้แบบนี้เนี่ยนะ? เทพจริง ๆ" หนิวไขว้หยุ่นเห็นเสิ่นอี้เฉินหายโมโหแล้ว ปากก็เริ่มไร้การควบคุม งึมงำพูดไม่หยุด
