ต่งโนว่ยังคงอาเจียนไม่หยุด แต่เสิ่นเยว่ไม่ปริปากอธิบาย เพราะเธอจับจุดบอดในคำพูดของโจวเสวี่ยเจิงได้แล้ว
หลังจากเธอใช้หม้อเสร็จ ก็ทิ้งโน้ตไว้ในหม้อ เขียนชัดเจนว่าใช้หม้อนี้ต้มขนหมา ห้ามใช้
สมมติว่าโจวเสวี่ยเจิงเห็นเธอใช้หม้อ แล้วยืนกรานว่าเธอต้มของสกปรก นั่นก็แสดงว่าโจวเสวี่ยเจิงเคยเห็นหม้อในระยะใกล้มาก่อน
แต่ระหว่างที่เธอต้มขนหมา เธอคอยจับตาดูในครัวตลอด ไม่มีใครเข้าใกล้เลย แปลว่าโจวเสวี่ยเจิงเข้ามาหลังจากที่เธอต้มเสร็จแล้ว
ตอนนั้นเธอเขียนโน้ตทิ้งไว้ในหม้อแล้ว และเมื่อเธอไปอีกครั้งตอนเช้ามืด ก็พบว่าโน้ตในหม้อหายไป
ด้วยความลึกของหม้อและตำแหน่งของครัว ต่อให้ฝนตกหนักแค่ไหน ลมก็ไม่มีทางพัดกระดาษหายไปได้ คงต้องมีคนหยิบไปแน่ ๆ
เดิมทีเสิ่นเยว่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนหยิบ แต่ตอนนี้ฟันธงได้แล้วว่าเป็นโจวเสวี่ยเจิง
โจวเสวี่ยเจิงเคยดูหม้อในระยะใกล้ เจอโน้ตนั้น แล้วก็หยิบไป
ยิ่งไปกว่านั้น จากท่าทางมั่นใจว่าไม่มีใครรู้ของโจวเสวี่ยเจิงตอนนี้ แสดงว่าต้องเป็นเพราะเธอไปหยิบโน้ตออกมาทันทีหลังจากเสิ่นเยว่ออกไปไม่นาน
เสิ่นเยว่ไม่รู้ว่าโจวเสวี่ยเจิงทำไปทำไม จะไม่คิดหาคำตอบด้วย บางทีคนเลวทำอะไรก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล คือเลวโดยแท้
ตอนนี้โจวเสวี่ยเจิงมั่นใจว่าต่งโนว่ไม่รู้เรื่อง เลยปั่นกระแสอยู่ได้ แต่ทีมงานรู้ดี เพราะเธอขอให้เปลี่ยนหม้อตอนเช้ามืด ดังนั้นไม่มีปัญหาอะไร
