เสิ่นฮุ่ยสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่แผ่ลงมาจากศีรษะ จึงเอียงหัวหลบการจู่โจมลูบหัวของเสิ่นเยว่
“อย่ามาลูบหัว เดี๋ยวตัวไม่สูงนะ” เสิ่นฮุ่ยเผลอหลุดคำพูดแบบเด็ก ๆ ออกมา ซึ่งนั่นทำให้เสิ่นเยว่นึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้ไม่ว่าเธอหรือเสิ่นฮุ่ย ต่างก็อายุแค่ 15 ปีเท่านั้น
เธอเดินกลับไปที่เตียง เปิดผ้าห่มผืนหนาออก “เธอจะนอนกับฉันไหม”
เสิ่นฮุ่ยเบือนหน้าหนี ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป “ใครจะไปนอนกับเธอ”
ตอนที่เสิ่นฮุ่ยกำลังจะแตะลูกบิดประตู จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียบ ๆ ของเสิ่นเยว่ดังมาจากข้างหลัง “เธอน่ะนอนคนเดียวไม่หลับไม่ใช่หรือไง”
เสิ่นฮุ่ยชะงักค้างทันที เธอหันกลับมามองเสิ่นเยว่ ดวงตาฉายแววอันตรายสุด ๆ “เธอ...”
ยังไม่ทันที่เสิ่นฮุ่ยจะพูดจบ เสิ่นเยว่ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน “เธอดูโทรมมากเลยนะ ฉันเดาว่าช่วงนี้เธอคงนอนไม่ค่อยหลับ
ตอนเธอคุยกับฉันเมื่อกี้ เธอเหลือบมองเตียงโดยไม่รู้ตัวตั้งสามรอบ แถมยังเบือนสายตาหนีอีก ฉันเลยเดาว่าเธอคงเหนื่อย แล้วก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่องนอนแปลกที่ด้วย
ตัดเรื่องนอนแปลกที่กับไม่เหนื่อยออกไป อาการนอนไม่หลับก็เหลือแค่สาเหตุทางใจ จากข้อมูลที่พี่ชายใหญ่ให้มา ฉันเลยเดาว่าเธอคงกลัวการนอนคนเดียว ก็เลยลองถามดู จากปฏิกิริยาของเธอ ฉันเดาถูกใช่ไหมล่ะ”
คำพูดยาวเหยียดที่โพล่งออกมากะทันหัน ทำเอาสติของเสิ่นฮุ่ยหลุดลอยไปชั่วขณะ กว่าจะตั้งตัวได้ก็ผ่านไปพักใหญ่ “นี่เธอกำลังวิเคราะห์ฉันอยู่หรือไง”
“...ขอโทษที มันติดเป็นนิสัยน่ะ ถ้าเธอรังเกียจ ต่อไปฉันจะพยายามยับยั้งตัวเองไว้” เสิ่นเยว่ดูเหมือนจะรู้สึกผิดจริง ๆ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยจนใคร ๆ ก็มองไม่ออกว่าตอนนี้สีหน้าเธอเป็นเช่นไร และพลางเปิดผ้าห่มออก พร้อมกับกวักมือเรียกเสิ่นฮุ่ย “มานอนด้วยกันเถอะ”
แต่แล้วเสิ่นฮุ่ยก็หัวเราะออกมา “เธอใช้วิธีพวกนี้จัดการพวกพี่น้องตระกูลนั่นน่ะเหรอ”
การเคลื่อนไหวของเสิ่นเยว่หยุดชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับคืนสู่สภาพปกติทันที “ไม่ใช่จัดการนะ แต่เป็นการแลกใจด้วยใจต่างหาก”
