บรรยากาศชะงักงันไปชั่วขณะ แต่ทีมงานก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนั้น แล้วดำเนินรายการต่อไป
"อาหารและที่พักในอีกไม่กี่วันนี้ ทุกคนต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเองเพื่อให้ได้มา วันนี้เป็นวันแรก เพื่อให้ทุกคนมีช่วงปรับตัว เราเลยลดความยากลงเล็กน้อย"
ผู้กำกับหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ "ถ้าอยากได้อะไร ก็ต้องลงแรงทำ ต่อไปนี้ขอให้ทุกคนอวดความสามารถที่ฝึกฝนสั่งสมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลังจากการแสดงทั้งหมดจบลง จะมีการโหวตให้คะแนนซึ่งกันและกัน ขอให้ทุกคนงัดเอาความสามารถที่มีออกมาโชว์ให้เต็มที่"
ทุกคนเข้าใจได้ทันที นี่แหละคือการให้โชว์พรสวรรค์ กลยุทธ์เก่าสุดคลาสสิกของรายการวาไรตี้
"ผมขอเริ่มก่อน พี่ๆ จะได้ไม่ว่าอะไรนะครับ" ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่เจียงซื่อเหวินไม่ได้มองคนอื่นเลย เขาหยิบสเก็ตบอร์ดออกมาจากด้านหลัง แล้วก็กระโดดขึ้นไปเหยียบ "ผมชอบเล่นเอ็กซ์ตรีมมาก แต่เล่นอย่างอื่นให้ดูยาก ก็เลยขอโชว์นี่ละกัน"
ใบหน้าของเจียงซื่อเหวินนั้นแสนจะเรียบร้อยละเอียดอ่อน ทว่าด้วยเสื้อผ้าแนวฮิปฮอป หัวก็ถักเปียเดรดล็อกส์สุดเท่ รองเท้าราคาเหยียบหมื่นตอนเหยียบสเก็ตบอร์ดก็ได้ภาพระยะใกล้ไปเต็มๆ บุคลิกที่เปี่ยมความมั่นใจเต็มตัวทั่วเรือนร่างนั้น ตรงข้ามกับใบหน้าอย่างแรง ชั่วพริบตาเดียว คอมเมนต์ไลฟ์สดก็เดือดปุดๆ
[โสดนานไป มองน้องชายก็รู้สึกหล่อเหลาคมคายไปหมด]
[อย่าพูดเลย รอเขาโตก่อน]
[เด็กผู้ชายออกนอกบ้านเนี่ย ต้องระวังตัวนะรู้ป่าว]
[ฉันนี่ลั่นเลย สามีจ้า]
การแสดงของเจียงซื่อเหวินก็ทรงคุณค่าไม่เบา ท่ายากระดับสูงเล่นออกมาไม่ซ้ำเลยสักท่า รอบด้านมีแต่เสียงโห่ร้องชม มีแค่เสิ่นเยว่คนเดียวที่สีหน้าเรียบเฉยมาตลอด ไม่พูดไม่จา หล่อนกำลังจัดท่าอยู่
หลังเจียงซื่อเหวินแสดงเสร็จ ได้ยินเสียงเชียร์กับเสียงปรบมือของทุกคน รอยยิ้มก็สว่างไสวสุดๆ แต่ไม่นานเขาก็พบว่าเสิ่นเยว่ปะปนอยู่ในกลุ่มคนที่ปรบมือ แต่สีหน้ากลับไม่มีอารมณ์อะไรเลย ทำส่งๆ ไปงั้น
เจียงซื่อเหวินมองไปที่เสิ่นซวงอี้ข้างๆ หล่อน ไม่ได้พูดอะไร แค่เบนสายตาออกไป
