เสิ่นเยว่ได้ยินข่าวนี้ก็อึ้งไปชั่วขณะ
เดิมทีเธอตั้งใจจะฟังทีมงานอบรมเรื่องตื่นเช้าตามปกติแล้วกลับไปนอนต่อ เพราะยังมีสิทธิ์ขออะไรสักอย่างอีกหนึ่งครั้ง พอเอาไว้จัดการมื้อเที่ยงได้
แต่เมื่อกี้ทีมงานพูดว่าอะไรนะ สิทธิ์พิเศษทั้งหมดถูกระงับ?
ไม่ใช่ว่าเธอมีอคติกับทีมงานนะ แต่นี่มันชัด ๆ เลยว่าหมายหัวเธอใช่ไหม! น่าโมโหเป็นบ้า!
เสิ่นเยว่นึกว่าตัวเองจ้องผู้กำกับที่พูดไปเมื่อกี้อย่างดุเดือด แต่กลับทำให้ผู้กำกับโดนความน่ารักโจมตีเข้าเต็ม ๆ แล้วก็แอบรู้สึกผิดอยู่หนึ่งวินาที
แต่ก็แค่วินาทีเดียว
ความน่ารักเทียบกับเรตติ้งกับสปอนเซอร์แล้วไม่คุ้มเลยสักนิด
ขอโทษนะน้องเยว่ วันนี้ก็ต้องสู้ ๆ นะ!
“ที่ว่าช่วยเหลือกันไม่ได้ หมายความว่าช่วยทำกับข้าวก็ไม่ได้ด้วยใช่ไหมครับ?” หลีซิงถามขึ้นมาทันใด
“ใช่ครับ และยังไม่อนุญาตให้ยกของใช้ส่วนตัวหรือวัตถุดิบอาหารให้คนอื่นอีกด้วย... อ่อ แล้วก็ห้ามแนะนำวิธีหาเงินหรือเอาชีวิตรอดด้วยนะครับ ถ้าใครทำผิดกฎ ทีมงานจะยึดอาหารกับของมีค่าทั้งหมดที่หาได้ในวันนี้”
หลีซิงพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ แล้วหันไปพูดอะไรบางอย่างกับโจวเสวี่ยเจิงกับต่งโนว่
เดิมทีเสิ่นซวงอี้คิดจะสอนเสิ่นเยว่ว่าจะไปขุดมันฝรั่งที่แปลงข้าง ๆ ยังไง ก็ได้ยินทีมงานประกาศข้อจำกัดใหม่ เขาเดาได้ทันทีว่าวันนี้ทีมงานเข้มงวดขนาดนี้ น่าจะเป็นฝีมือของพี่ชายใหญ่
อย่างที่คิด พอเสิ่นเยว่นอนมาหลายวัน ในที่สุดพี่ชายใหญ่ก็โกรธแล้ว
เขาไม่คิดจะขัดขืนพี่ชายใหญ่ และในขณะเดียวกันก็อยากรู้ว่าเสิ่นเยว่จะเป็นอย่างที่พี่ชายใหญ่ว่าหรือเปล่า เลยไม่ออกความเห็นอะไร
