“เสิ่นเยว่ เธอคิดว่าการโยนเหรียญเป็นเกมที่ยุติธรรมแน่นอนไหม? ใช่ไหม? เด็ก ๆ ก็รู้ว่าโอกาสออกหัวก้อยคือ 50% ไม่ใช่เหรอ?”
“ก่อนโยนเหรียญ ความน่าจะเป็น 50% คือโอกาสที่เป็นไปได้ แต่พอโยนไปแล้ว 50% คือค่าเฉลี่ยทางสถิติ ไม่ใช่ค่าการแจกแจง”
“อย่าใช้ความยุติธรรมที่เธอคิด มาตีความกฎแห่งการลองซ้ำผิด ๆ มันจะทำให้เธอติดกับดักความคิดนักพนัน”
“คิดแค่นี้ยังไม่ตก เธอไม่มีทางชนะหรอก”
ในหัวของเสิ่นเยว่ดังก้องเสียงของหัวหน้าแก๊งที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
เธอนึกออกแล้ว
ในปรากฏการณ์สุ่มที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กันจำนวนมาก ย่อมซ่อนกฎเกณฑ์ที่แน่นอนบางอย่างเอาไว้ แต่เงื่อนไขคือต้องเป็นการสุ่มซ้ำ ๆ กันจำนวนมาก
แค่ใช้จำนวนครั้งในการทดลองมากพอ ให้จำนวนครั้งที่ออกหัวหรือก้อยหารด้วยจำนวนครั้งทั้งหมด ได้สัดส่วนเกือบเท่ากับ 1/2 บวกกับอัตราจ่ายสองเท่า เงื่อนไขแบบนี้แทบจะได้กำไรแน่นอนไม่มีขาดทุน
แต่กี่ครั้งถึงจะเรียกว่ามากพอ? ในทางทฤษฎีคืออนันต์
ในทางกลับกัน ยิ่งโยนเหรียญน้อยครั้ง กฎแห่งการลองซ้ำก็ยิ่งใช้ตัดสินไม่ได้ เพราะการโยน 10 ครั้ง อาจจะออกหัวก้อยอย่างละ 5 ครั้ง หรือ 4 กับ 6 หรือแม้แต่ 10 ครั้งออกหัวหมดหรือก้อยหมดก็ได้
ถ้าตัวเองมีเงินไม่มากพอที่จะไปถึงจุดที่ความน่าจะเป็น 50% นั้น การโยนเหรียญก็ไม่ใช่เกมยุติธรรม
หรือหนักกว่านั้น ก่อนจะถึง 50% เงินในตัวก็หมดเสียก่อน
หลายคนเพื่อเดิมพันกับความน่าจะเป็น 50% นี้ จะเลือกใช้เงินน้อยแลกเงินมาก เช่น ตาที่แล้วเสีย 10 บาท ตานี้ก็ลง 15 บาท เผื่อชนะจะได้เงินที่เสียไปคืน
หนักข้อขึ้นมาอีกคือพอแพ้ติด ๆ กัน ก็จะเทหมดหน้าตักด้วยความคิดที่ว่ามันต้องชนะสักตา สุดท้ายก็หมดตัว
