พิธีแยกตึกจัดขึ้นที่ลานรวมพลซึ่งใช้ในยามปกติ
ผู้กุมอำนาจทุกคนนั่งอยู่บนแท่นสูง ส่วนนักโทษคนอื่นๆ จากตึกคนใหม่ยืนเรียงกันเป็น 10 แถวตามลำดับชื่อ แถวละ 30 คน
มองไปแล้ว รู้สึกเหมือนตอนเปิดงานกีฬาสีสมัยเรียนเลยทีเดียว
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่อัตราการรอดชีวิตจากศึกแยกตึกสูงขนาดนี้ ผู้คุมเห็นคนมากมายขนาดนี้ต้องรอแบ่งสรรแล้วก็ปวดหัว
ปริมาณงานมาก ฝากให้ผู้ช่วยตัวจี๊ดก็ไม่วางใจ อยากเปลี่ยนผู้ช่วยจริงๆ แต่ก็หาคนใหม่ไม่ได้
เมื่อก่อนพิธีแยกตึกมีแค่ผู้กุมอำนาจกับนักโทษที่ผ่านศึกแยกตึกเท่านั้นที่ต้องเข้าร่วม รวมกันแล้วไม่เกิน 30 คน
แต่ปีนี้ไม่เพียงแต่นักโทษที่ต้องจัดสรรจากศึกแยกตึกจะเยอะขึ้น ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง นั่นคือเสิ่นเยว่ ในฐานะผู้ชนะเพียงคนเดียว ได้เรียกร้องให้ไปเป็นผู้กุมอำนาจที่ตึกเจ็ด
เดิมทีผู้ชนะมีสิทธิ์แค่เลือกที่ไปของตัวเองเท่านั้น แต่เสิ่นเยว่ชนะได้งดงามเกินไป เศรษฐีบางคนถึงกับทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อหนุนให้เสิ่นเยว่ก้าวขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจ ทำให้นักโทษต้องคิดหนักว่า หลังจากเสิ่นเยว่เป็นผู้กุมอำนาจแล้ว จะนำผลประโยชน์มาสู่เรือนจำมากขึ้นหรือไม่
ด้วยเหตุผลหลายประการ วันนี้จึงไม่เพียงแต่นักโทษจากตึกคนใหม่ต้องเข้าร่วมประชุม แต่เหล่าอัจฉริยะจอมป่วนจากตึกเจ็ดก็มาพร้อมกันด้วย
หนึ่งในวาระของพิธีแยกตึกคือ การให้สมาชิกตึกเจ็ดทั้งหมดลงคะแนนเลือกผู้กุมอำนาจ