เสิ่นอี้เฉินเจอเรื่องแบบนี้มาสองครั้งแล้ว คราวนี้เลยตกผลึกประสบการณ์ ได้บทเรียนสำคัญข้อหนึ่ง
คราวนี้เขาไม่รีบร้อนออกไปซื้อคางคกข้างนอกแล้ว แต่สุ่มโทรหาคุณเลขาคนหนึ่งที่โชคดีก่อน “ไปดูมาหน่อยว่าที่ไหนมีคางคกที่ชะตาแข็งสักตัว เตรียมพิธีปลุกเสกให้พร้อมด้วย ช่วงนี้ผมจะไม่ไปออฟฟิศ งานโปรเจกต์ไหนที่ต้องให้ผมจัดการก็พักไว้ก่อน”
เสิ่นเยว่รู้ดี นี่หมายความว่าเสิ่นอี้เฉินจะอยู่บ้านยาวหลายวันเหมือนคราวก่อนแน่ๆ
เสิ่นอี้เฉินวางสาย หันไปมองตัวต้นเหตุอย่างเจ้าน้องสาม ถามประโยคที่ค้างไว้เมื่อวานต่อ “กลับมาได้ยังไง”
ตามหลักแล้ว เสิ่นซวงเฉินยังไม่ถึงเกณฑ์ปลดประจำการ แถมตัวตนของเขายังพิเศษมาก ปกติจะกลับบ้านไม่ได้
พูดได้เลยว่า นับจากวันที่เสิ่นซวงเฉินถูกเลือกให้เป็นตัวตนพิเศษ เงื่อนไขเดียวที่เขาจะได้กลับบ้านมีแค่ปลดประจำการ บาดเจ็บสาหัส หรือไม่ก็... ตาย
ที่ตอนนี้เสิ่นซวงเฉินกลับมาบ้านทั้งที่ยังดูแข็งแรงดี แถมยังกระปรี้กระเปร่าแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ
แต่เสิ่นอี้เฉินก็ไม่ได้สงสัยว่าเสิ่นซวงเฉินอาจทำผิดกฎ หรือแอบหนีกลับมา ด้วยนิสัยของเสิ่นซวงเฉินแล้ว การกลับบ้านของเขาต้องเป็นคำสั่งเท่านั้น
แล้วทำไมทางนั้นถึงมีคำสั่งแบบนี้ ก็ต้องให้เสิ่นซวงเฉินเป็นคนเล่าเอง
เสิ่นอี้เฉินอาจถามเสิ่นซวงเฉินตามลำพังก็ได้ เขารู้ดีว่าพี่น้องในบ้านไม่ได้สนิทสนมกันนัก บางทีถึงขั้นเมินเฉยต่อกัน ดังนั้นเมื่อก่อนเขาไม่เคยบังคับให้น้องๆ ที่นิสัยต่างกันมาผูกมิตรกัน เขาแค่คอยยื่นมือเข้าช่วยเมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินหลงทาง หรือโหยหาความรัก
