กำลังพูดกันอยู่ รถแท็กซี่ก็บีบแตร “ปี๊บ ๆ” แล้วขับมาถึง
ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน
เย่หยางกับเย่ไห่หล่างเบียดกันขึ้นรถคันหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านประมง
ตีสองครึ่ง เย่หยางผลักประตูรั้วบ้านตัวเองเข้าไป กุญแจยังไม่ทันเสียบเข้ารูกุญแจ ประตูบ้านข้าง ๆ ก็เปิดออกดัง “กึก”
ร่างเล็กในชุดนอนลายคุมามองพุ่งปราดเข้ามาราวกับสายลม ตรงมาหยุดอยู่ต่อหน้าเขา ปลายจมูกแทบจะแตะอกเสื้อ
“ว้าว!!”
“พี่!!”
“ทำไมกลับดึกขนาดนี้เนี่ย?!”
“ตัวเหม็นเหล้าก็พอว่าแล้ว...”
“เดี๋ยวก่อน! ทำไมเสื้อพี่ถึงมีกลิ่นน้ำหอมเต็มไปหมด?!”
“แถมยังมีตั้งหลายกลิ่น!!”
“พี่!! สารภาพมาตามตรงเลยนะ!!”
“พี่แอบออกไป ‘เที่ยวเตร่’ ข้างนอกใช่ไหม?!”
“พี่! ดึกดื่นป่านนี้ไปเที่ยวสำราญที่ไหนมาเนี่ย?!”
คนที่ผลักประตูเดินเข้ามาย่อมเป็นเย่เสี่ยวหยู
วันนี้เป็นวันศุกร์ เธอเลิกเรียนกลับบ้าน แล้วก็ชวนเพื่อนร่วมห้องสามคน เฉินเมิงเมิง หลี่หมิงเชียน และซูสือหยู่ มาที่บ้านด้วยกัน
ก่อนหน้านี้เย่หยางเคยบอกเย่เสี่ยวหยูว่าจะไปจับปลาในทะเลลึก แถมยังย้ำด้วยว่าจะออกทะเลไปกับเรือลากอวนอยู่พักหนึ่ง
เพราะอย่างนั้นเย่เสี่ยวหยูจึงคิดมาตลอดว่าป่านนี้พี่ชายคงยังลอยลำอยู่กลางทะเล ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจกำลังนั่งยอง ๆ บนดาดฟ้าเรือ เคี้ยวเสบียงแห้งรับลมทะเลอยู่ก็ได้
แต่พอเข้าบ้านมา กลับพบว่าเขากลับมานานแล้ว!
ที่ทำให้โมโหยิ่งกว่าคือ ถึงตัวจะกลับมาแล้ว แต่กลิ่นที่ติดตัวกลับไม่ชอบมาพากล
กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นน้ำหอมหลายชนิด ทั้งกลิ่นหวานเลี่ยน กลิ่นหอมละมุน แล้วยังมีกลิ่นยั่วยวนปนอยู่ด้วย กลิ่นทั้งหมดคลุ้งปนกันจนทำให้มึนหัว
