“โสด! ไม่มีแฟน!”
“พูดสิ!”
เมิ่งเคอผุดขึ้นมาครึ่งตัวจากสระ มองเซี่ยจิงเหย่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์อย่างบ้าคลั่งด้วยความตะลึง สีหน้าของอีกฝ่ายเป็นแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
หลังส่งข้อความไป เซี่ยจิงเหย่ก็ขยี้ผมอย่างหงุดหงิด ก่อนจะส่งเพิ่มอีกข้อความว่า “เป็นเครื่องบินส่วนตัวจริง ๆ!”
เห็นว่ายังไม่น่าเชื่อถือพอ เขาจึงหารูปตู้เซฟที่อัดแน่นไปด้วยเงินสด แล้วส่งไปให้ด้วย
“อยู่ไหม!”
“เฮ้ ๆ ๆ! อยู่ไหม!”
“เครื่องบินส่วนตัวนะ! โสดด้วย!”
ข้อความถูกส่งออกไปติด ๆ กัน
อีกฝ่ายไม่ตอบกลับมาแม้แต่คำเดียว
เซี่ยจิงเหย่จ้องกรอบแชตที่ไร้การตอบสนอง จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่
เขา เซี่ยจิงเหย่ ไม่ต้องพูดถึงหุ้นของตระกูล แค่กระแสเงินสดก็มีเป็นหมื่นล้านแล้ว ทั้งยังพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในวงการธุรกิจ มีผู้หญิงตั้งเท่าไรที่พยายามแทบตายเพื่อเข้าใกล้เขา แต่ตอนนี้กลับกำลังพิสูจน์ตัวเองอย่างบ้าคลั่งต่อหน้าเกรียนคีย์บอร์ดที่ด่าเขาเสร็จก็หนีไปอย่างนั้นหรือ?
เหลวไหลสิ้นดี
เขาโยนโทรศัพท์ไปข้าง ๆ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียว น้ำแข็งกระทบฟัน ความเย็นแล่นจากโคนฟันขึ้นไปถึงขมับ
เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง พยายามลบค่ำคืนอันแสนไร้สาระนี้ออกจากความทรงจำ
แต่ไม่ถึงสามวินาที เขาก็หยิบโทรศัพท์กลับมาอีกครั้ง มองรูปโปรไฟล์ที่ยังคงเงียบสนิท มุมปากพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์โดยไม่รู้ตัว
น่าสนใจดีนี่
เขาอยากรู้นักว่าผู้หญิงคนนี้ไม่สนใจเขาจริง ๆ หรือจงใจยั่วให้เขาติดกับกันแน่
