สาวชุดบิกินีสีชมพูสะท้อนแสงคนนั้นดูรู้จังหวะไม่น้อย เธอก้าวออกมาข้างหน้าอีกก้าว แล้วตอนโน้มตัวลงก็จงใจปรับมุมให้เนินอกอยู่ในสายตาของเซี่ยจิงเหย่พอดี น้ำเสียงหวานนุ่มเอ่ยว่า “พี่จิงเหย่ ฉันชื่อเสี่ยวลู่ มีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มตั้งล้านกว่าคนแน่ะ ฉันติดตามพี่มานานแล้วนะ...”
เซี่ยจิงเหย่เลิกเปลือกตาขึ้นนิดหนึ่ง
สายตาเขาละจากหน้าจอโทรศัพท์ กวาดมองหญิงสาวสองคนตรงหน้า ราวกับกำลังมองสินค้าสองชิ้นที่เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันแค่สีบรรจุภัณฑ์บนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต
แววตาคู่นั้นไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ไม่มีทั้งความตื่นตะลึงหรือรังเกียจ มีเพียงความเฉยเมยที่เกือบจะเรียกได้ว่าเบื่อหน่าย
เซี่ยจิงเหย่เบนสายตากลับไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ริมฝีปากบางขยับ เอ่ยออกมาคำเดียว
“ขี้เหร่”
เสียงไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอ
คนที่อยู่ในรัศมีสิบกว่าเมตรได้ยินกันถ้วนหน้า บรรยากาศที่เดิมทีจอแจราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว เงียบลงไปชั่วขณะ
รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวลู่แข็งค้าง มุมปากกระตุกสองครั้ง คล้ายยังไม่ทันตั้งตัวว่าตัวเองได้ยินอะไร
ส่วนสาวชุดบิกินีสีขาวข้าง ๆ ยิ่งมีปฏิกิริยาเกินคาด ขอบตาแดงก่ำในทันที แต่ก็ไม่กล้าแสดงอาการ ได้แต่กัดริมฝีปากยืนอยู่ตรงนั้น จะไปก็ไม่ได้ จะอยู่ต่อก็ลำบากใจ
เมิ่งเคอชะงักไป ก่อนจะหัวเราะพลางสบถเบา ๆ แล้วโบกมือให้หญิงสาวทั้งสองคนถอยไปก่อน
ทั้งคู่เดินจากไปอย่างหงอย ๆ เสี่ยวลู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ยังหันกลับมามอง แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม เน็ตไอดอลที่มีผู้ติดตามตั้งล้านกว่าคน กลับไม่ได้รับแม้แต่คำพูดเกินจำเป็นสักคำบนเกาะแห่งนี้
