“เล่นลูกไม้กันอยู่ใต้โต๊ะ ซูม่าน ตกลงเธอต้องการอะไรกันแน่?! คิดจริง ๆ เหรอว่าฉันจะไม่โกรธ?”
เสิ่นจือสิงบีบข้อมือเรียวบางของเธอแน่น เพื่อกลบเกลื่อนความลนลานและความอับอายในใจ
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ จ้องเธอเขม็ง น้ำเสียงเจือความดุดันราวกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“พูดมา เธอชอบฉันใช่ไหม? ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้... เธอจะกล้าทำอะไรอุกอาจขนาดนั้นได้ยังไง?!”
เสิ่นจือสิงจ้องเธอไม่วางตา แววตาหยิ่งทะนงเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและจนปัญญา
ราวกับนักโทษที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย เขาต้องการให้ซูม่านยอมรับด้วยปากตัวเองว่าเธอมีเจตนาแอบแฝง เป็นฝ่ายยั่วยวนเขาก่อน!
ไม่อย่างนั้น เขาคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ที่ตอนนี้อารมณ์พลุ่งพล่านเพราะเธอ
แรงบีบจากชายหนุ่มทำให้ขนตายาวของซูม่านสั่นไหว เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความสลัวในห้องโดยสารรถยนต์ ขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมา น้ำตาคลอเหมือนจะหยดแต่ก็ไม่หยด ดูน่าสงสารจับใจ
“พี่...” เธอเอ่ยเสียงสะอื้น อ่อนหวานจนเหมือนมีตะขอเกี่ยวใจ “พี่ทำหนูเจ็บนะ”
ซูม่านเม้มริมฝีปากล่าง น้ำตาคลออยู่ในดวงตา เธอมองเขาด้วยสายตาไร้เดียงสาและน้อยเนื้อต่ำใจที่สุด น้ำเสียงเจือสะอื้นแผ่วเบาปนสั่นเครือ “ไม่ใช่นะพี่ หนูไม่รู้ว่าพี่พูดเรื่องอะไร... เมื่อกี้ใต้โต๊ะมืดมาก แถมยังแคบ หนูแค่อยากเก็บกิ๊บขึ้นมาเท่านั้นเอง”
“ตอนนี้ยังจะมาปฏิเสธอีกเหรอ?” เสิ่นจือสิงหัวเราะเยาะตัวเอง
