ทั้งสองคนต่างเงียบ ไม่มีใครเอ่ยปาก เสิ่นจือสิงถึงกับสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบาที่สั่นไหวของเธอ
มือที่บีบปลายคางเธออยู่เผลอกระชับแน่นขึ้น ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนื้อนุ่มลื่นดุจไขมัน ไม่รู้ว่าส่วนอื่นของเธอจะนุ่มนวลเช่นนี้หรือเปล่า
จู่ ๆ หลังมือก็เย็นวาบ
นั่นคือน้ำตาของซูม่าน หยดแล้วหยดเล่าร่วงลงกระทบหลังมือ ดึงเขาออกจากห้วงจินตนาการในทันที
ดวงตาของเธอเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ ปลายจมูกแดงระเรื่อ แววตาคู่นั้นเหมือนลูกแมวที่ทำผิดแล้วถูกจับหนังคอไว้
ทั้งขลาดกลัว ทั้งเงยหน้าขึ้นอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาบีบปลายคาง ไม่กล้าแม้แต่จะหลบ รอเพียงให้เขาตัดสินโทษ
เสิ่นจือสิงชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต
เขาหลับตาลงอย่างเยาะเย้ยตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองช่างเลวทรามสิ้นดี
เธอเพิ่งเข้าเรียน ยังไม่รู้อะไรสักอย่าง แค่ทำผิดเล็กน้อย แถมยังขอโทษเขาแล้วแท้ ๆ แต่เขากลับคิดจะทำเรื่องอย่างว่ากับเธอเสียตรงนี้
“ขอโทษนะ รุ่นน้อง ฉัน...” เสียงของเสิ่นจือสิงแหบพร่าจนแทบฟังไม่เป็นคำ เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ รุ่นพี่”
เสียงของซูม่านแผ่วเบา เจือสะอื้นน้อย ๆ
เธอขยับตัวถอยไปทางประตูรถ มือเล็กทั้งสองข้างกำเข็มขัดนิรภัยแน่น ราวกับตกใจกลัวมาก แต่ก็ยังพยายามนึกถึงความรู้สึกของเขา “รุ่นพี่...วันนี้พี่ไม่สบายไม่ใช่เหรอคะ? ช่วงปิดเทอมหนูไปเรียนขับรถมา ให้หนูขับแทนไหมคะ?”
