ซูม่านเม้มริมฝีปาก ใบหูยิ่งแดงระเรื่อขึ้น “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น...”
เจียงซื่อหัวเราะเสียงต่ำ “พอแล้ว อย่าคิดฟุ้งซ่านเลย”
เขาเอนกายพิงพนักโซฟา กลับมาเป็นคนไม่เอาจริงเอาจังอย่างที่เห็นเป็นปกติ น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยจนฟังไม่ออกว่ามีอะไรผิดแปลกไป
“ไปอาบน้ำแล้วนอนเถอะ พรุ่งนี้จะพาไปขี่ม้า”
ซูม่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย
“...ก็ได้ งั้นคุณก็พักผ่อนแต่หัวค่ำด้วยนะ”
เจียงซื่อตอบรับเบา ๆ แล้วไม่ได้มองเธออีก
จนกระทั่งเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป
เจียงซื่อนั่งอยู่บนโซฟาว่างเปล่า แผ่นหลังและหัวไหล่ที่เกร็งแน่นมาตลอดเริ่มผ่อนคลายลง
เขาก้มมองบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลังที่เธอเคยนวดให้ ตรงนั้นราวกับมีกลิ่นกายของเธอเจือปนอยู่
เจียงซื่อยกมือขึ้นลูบผิวบริเวณนั้น ไออุ่นจาง ๆ ยังคงหลงเหลืออยู่ ราวกับฝ่ามือของเธอยังไม่ผละจากไป
ความอบอุ่นนั้นคล้ายประกายไฟ ลุกลามเข้าไปตามซอกกระดูก
เจียงซื่อแหงนหน้าพิงโซฟา หลับตาลงแล้วผ่อนลมหายใจยาว
“คนซื่อตรง...” เขาพึมพำเสียงต่ำ นิ้วหัวแม่มือแตะสันจมูกแล้วถูเบา ๆ มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าและทุ้มต่ำ
