เสิ่นจือสิงก้าวพ้นประตูหมุนของห้องจัดเลี้ยง แขนพลันช้อนขึ้นรวบซูม่านไว้ ก่อนอุ้มเธอขึ้นแนบอกอย่างมั่นคง
ซูม่านร้องอุทานด้วยความตกใจ แล้วโอบคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ใบหน้าเล็กซุกเข้ากับอกของเขา ผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ต เธอได้ยินเสียงหัวใจเต้นหนักแน่นเป็นจังหวะ
“รถจอดอยู่ข้างนอก” เสียงของเสิ่นจือสิงแหบพร่า ฝีเท้าไม่หยุดชะงัก เขามุ่งตรงไปยังรถมายบัคสีดำคันนั้น
คนขับก้มตัวเปิดประตูเบาะหลังรออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นภาพตรงหน้าก็ยิ่งวางตัวสำรวม ทำเป็นมองไม่เห็นว่าคุณชายของตนอุ้มใครอยู่ในอ้อมแขน
เสิ่นจือสิงก้มตัววางเธอลงในรถ จากนั้นก็ก้าวขายาวตามเข้าไปนั่ง
หลังคนขับขึ้นรถ เขาก็กดแผ่นกั้นขึ้นอย่างรู้หน้าที่ ในใจอดสงสัยไม่ได้ว่าติดตามคุณชายมานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคุณชายอุ้มใครสักคน
รถแล่นออกไปอย่างนุ่มนวล เสิ่นจือสิงหันข้าง มือใหญ่จับเอวซูม่านไว้ แล้วช้อนตัวเธอขึ้นเบา ๆ วางลงบนต้นขาแข็งแรงของตัวเองอย่างมั่นคง
ซูม่านหอบหายใจสั้น ๆ ตอนนี้เธอนั่งคร่อมหันหน้าเข้าหาเขา ปลายจมูกแทบสัมผัสคางของเขา ใบหน้าพลันร้อนผ่าวจนถึงใบหู ขนตาสั่นระริก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา
“พี่ไม่อยู่แค่ประเดี๋ยวเดียว” เขาใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงคางเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงกดความโกรธที่ยังไม่จางหายไว้ “เธอก็ดูแลตัวเองดี ๆ ไม่ได้เลยหรือไง? โดนคนรังแกทำไมไม่เรียกพี่?”
ซูม่านเอ่ยแก้ตัวเสียงเบา “วันนี้มันเป็นอุบัติเหตุ... ฉันก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร แถมยังต้องขอบคุณพี่ที่มาทันเวลา...”
