เรือนชั้นในจวนเสิ่น โถงสนกระเรียน
มารดาเสิ่น แซ่หลี่ นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้วงกลมไม้จื่อถาน มือพลิกดูสมุดเล่มหนึ่งที่เข้าเล่มอย่างประณีต พลางเหลือบมองไปทางประตูเป็นระยะ
สาวใช้ชุ่ยผิงยืนโบกพัดอยู่ด้านหลัง ส่วนสาวใช้อีกคนคุกเข่านวดขาให้
ต้นไห่ถังซีฝู่สองต้นในลานออกดอกสะพรั่ง กลีบดอกสีชมพูขาวร่วงโปรยตามลม ปูเต็มพื้นดุจผ้าแพรลายดอก
วันนี้นางสวมเสื้อคลุมตัวสั้นสีบัวโรยลายเถาบัว ผมเกล้ามวยปักปิ่นหยกขาวแบน ใบหน้าได้รับการดูแลอย่างดี มองแล้วมีอายุเพียงสามสิบต้น ๆ
ทว่าบารมีของนายหญิงตระกูลใหญ่ที่หว่างคิ้วนั้นปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบ มุมปากกดต่ำ ดูคล้ายเริ่มหมดความอดทนกับการรอคอย
เสียงทักทายขอเข้าพบดังมาจากนอกประตู
เสิ่นเยี่ยนชิงก้าวเข้ามาในลานอย่างไม่เร่งรีบ สวมเสื้อตัวยาวสีจันทร์ขาวลายทอซ่อน คาดเข็มขัดหยกเขียว ผมรวบด้วยกวานหยก รูปร่างสูงสง่าราวต้นสน
แสงยามเช้าตกกระทบบ่า ยิ่งขับให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูสะอาดตาโดดเด่น
ด้านหลังมีคนตามมาสองคน
คนหนึ่งคือเฉินอัน ในมือประคองกล่องอาหาร ก้มหน้าวางท่าอ่อนน้อม
อีกคนคือซูม่าน
วันนี้นางสวมเสื้อสั้นผ่าหน้าสีแดงดอกท้อปักลายดอกไม้ กระโปรงสีจันทร์ขาวเดินเส้นขอบเอว รัดเอวบางคอด ผมประดับดอกไม้ผ้าหนึ่งดอก ยิ่งขับให้ใบหน้างามสะพรั่งมีเสน่ห์
นางเดินอย่างคล่องแคล่ว ดวงตากลมเรียวคู่นั้นมองซ้ายแลขวา พอเดินผ่านต้นไห่ถังก็เอื้อมมือหักกิ่งหนึ่งมาเสียบไว้ข้างขมับอย่างส่งเดช
ชุ่ยผิงขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเบากับมารดาเสิ่นว่า “ฮูหยิน ดูคุณหนูซูสิ...”
มารดาเสิ่นเหลือบมองแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร เพียงปิดสมุดในมือ ก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบ
เสิ่นเยี่ยนชิงเข้าไปในห้องโถง ประสานมือคารวะ “ท่านแม่”
