เขานั่งอยู่บนเตียง หลับตาลง พยายามไขว่คว้าความอบอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ในความฝัน
แต่ยิ่งคว้า ก็ยิ่งเลือนหาย ยิ่งคว้า ก็ยิ่งหนาวเหน็บ
ฝ่ามือว่างเปล่า อ้อมอกว่างเปล่า แม้แต่กลิ่นหอมอุ่นจาง ๆ ตรงปลายจมูกก็ยังเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงกลิ่นไม้สนที่คุ้นเคยจากเครื่องนอน
เขาไม่ค่อยฝัน
และไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ตื่นจากฝันแล้วจะรู้สึกเช่นนี้
ราวกับทำของสำคัญยิ่งยวดบางอย่างหายไป ทั้งที่จำไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่ทุกอณูในร่างกายกลับกู่ร้องว่าขาดบางสิ่งไป
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ลมหายใจยังไม่สงบนัก ก่อนจะเอ่ยเรียกตามความเคยชินว่า “ซูม่าน”
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านนอกประตู
ซูม่านผลักประตูเข้ามา ในมือถือถ้วยชาร้อน นางสวมเสื้อกั๊กผ้าสีน้ำเงินเรียบร้อยไร้ที่ติ ผมเผ้าหวีเป็นระเบียบ ใบหน้าประดับรอยยิ้มไร้เดียงสาเจือความน่าเอ็นดูเช่นเคย
“คุณชายตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?” นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างไม่เบานัก น้ำชาในถ้วยกระเพื่อมไหว “โธ่ คุณชายจริง ๆ เลย ดื่มสุราเสียมากมาย ไม่น่าเล่าถึงได้นอนนานขนาดนี้”
นางบ่นไปพลาง เก็บเสื้อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยไปพลาง ท่าทางขอไปที พับส่ง ๆ สองทีก็ผลักไปไว้ข้าง ๆ
เสิ่นเยี่ยนชิงยกถ้วยชาขึ้น ดวงตาหลุบต่ำ
น้ำชาสีใสกระจ่าง เป็นชาขาวเข็มเงินที่เขาดื่มเป็นประจำ
