เวินม่านเยวี่ยรู้สึกชาวาบที่ใบหู เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้ช่างเก่งเรื่องหว่านเสน่ห์เหลือเกิน
แม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ทำให้เธอใจเต้นแรง อยากนอนด้วยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เมื่อเห็นฟู่เจิ้งยกยิ้มบาง ๆ เวินม่านเยวี่ยก็อดใจไม่ไหว ยื่นปลายนิ้วไปแตะริมฝีปากที่เพิ่งเอ่ยคำชวนใจสั่นออกมา
ริมฝีปากของฟู่เจิ้งอุ่นนุ่ม ทว่าไม่นานเธอก็รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิใต้ปลายนิ้วสูงขึ้น
ส่วนฟู่เจิ้งเอง ทันทีที่ปลายนิ้วของเวินม่านเยวี่ยแตะลงบนริมฝีปาก ร่างของเขาก็แข็งค้างไปชั่วขณะ รู้สึกซาบซ่านเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต
เขาหลุบตาลง ไม่รู้ว่าต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดจึงจะห้ามตัวเองไม่ให้แลบปลายลิ้นออกมาได้
ฟู่เจิ้งเบี่ยงหน้าเล็กน้อย หลบมือซุกซนข้างนั้น ก่อนเอ่ยเสียงแหบต่ำ
“ม่านเยวี่ย ผมเป็นคนที่เผลอคิดจริงกับคำพูดเล่น ๆ ได้ง่าย เพราะฉะนั้นอย่าหยอกผมเลย ได้ไหมครับ?”
ฟู่เจิ้งหวั่นไหวแล้ว เขายอมรับว่าในเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาก็ตกหลุมรักเด็กสาวที่เรียกเขาว่า “คุณอาฟู่” ทุกคำ แถมยังแสดงละครเก่งคนนี้เข้าเสียแล้ว
เขาอยากอยู่กับเธอ แต่ก็กลัวว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ล้อเล่นและแกล้งหยอกเขาเท่านั้น
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เวินม่านเยวี่ยก็เข้าใจความคิดในใจของเขาทันที จึงเผยรอยยิ้มกว้างอย่างอดไม่ได้
เธอยกมือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของฟู่เจิ้ง ดวงตาคู่งามสะกดใจจับจ้องเขา ครู่หนึ่งจึงยิ้มเอ่ยว่า
“คุณอาฟู่น่ารักจังเลยค่ะ แต่คุณอาฟู่คะ ฉันไม่ใช่คนชอบพูดเล่นนะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่เจิ้งก็เข้าใจ
เขาข่มความร้อนรุ่มในใจ ก่อนผละออกมา “ผมเข้าใจแล้ว ม่านเยวี่ย”
