ซูหร่วนถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย รอยยิ้มบนใบหน้าจึงแข็งค้างไปเล็กน้อย เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของคนอื่นที่จับจ้องมา เธอก็อดรู้สึกกระดากอายไม่ได้
แต่เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ของตัวเอง เธอก็ปรับอารมณ์แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเปี่ยมคำขอโทษ
“ขอโทษนะ ฟู่อันเฉิน ฉันเห็นว่านายเก่งมาก เลยอยากขอคำแนะนำสักหน่อย ในเมื่อนายไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ฉันรบกวนนายแล้ว”
ระหว่างพูด ซูหร่วนทำท่าทางน่าสงสารชวนให้คนเอ็นดู จนดึงดูดความเห็นใจจากเพื่อนร่วมชั้นหลายคน แต่ฟู่อันเฉินไม่แม้แต่จะมองเธอ เขาฟุบหน้าลงนอนต่อ
“……”
ซูหร่วนกระตุกมุมปาก ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเองอย่างผิดหวัง
เฉินหลิงหลิง เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงรีบปลอบเสียงเบา
“อย่าเสียใจไปเลย ซูหร่วน ฟู่อันเฉินก็เป็นแบบนี้ ไม่เคยทำหน้าดี ๆ ให้ใครเห็นสักคน ต่อไปเธอพยายามอยู่ห่างจากเขาหน่อยดีกว่า”
ซูหร่วนพยักหน้าอย่างฝืนใจเล็กน้อย “อืม ฉันรู้แล้ว ขอบใจนะ หลิงหลิง”
“ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนี่นา”
ต่างจากฟู่อันเฉินที่ไปกลับบ้านทุกวัน ซูหร่วนกับเฉินหลิงหลิงพักอยู่ในหอ ทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมห้องด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
……
วันสุดสัปดาห์
เวินม่านเยวี่ยสวมเดรสสีดำเข้ารูปช่วงเอว ความยาวของกระโปรงพอดีเข่า เผยให้เห็นเรียวขาที่บอบบาง
ลำคอขาวผ่องประดับสร้อยคอคอลเลกชันใหม่จากแบรนด์ซี เส้นผมนุ่มสลวยปล่อยสยายลงด้านหลัง เผยบรรยากาศเกียจคร้านอยู่หลายส่วน
