เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของกู้เป่ยสิงก็เป็นประกายขึ้นมา ก่อนจะหม่นแสงลงในชั่วพริบตา
เขาจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าลูกพี่ลูกน้องมีใจให้เขาหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คนที่นางชอบก็คือประมุขหุบเขากุยอวิ๋น ผู้ช่วยชีวิตนางไว้
“เสด็จแม่คงเข้าใจผิดแล้ว ลูกพี่ลูกน้องมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“เป็นไปไม่ได้! แม่เป็นคนมีประสบการณ์มาก่อน จะมองไม่ออกได้อย่างไร”
“……”
ลึก ๆ แล้วกู้เป่ยสิงหวังว่าเสด็จแม่จะพูดถูก ทว่าความจริงตรงหน้ากลับทำให้เขาจำต้องยอมรับว่า ม่านเยวี่ยมีคนในใจแล้ว
“เมื่อก่อนตอนเยวี่ยเยวี่ยมาเยี่ยมที่วังของแม่ ทุกครั้งที่ลูกมา ดวงตาของนางจะเป็นประกายขึ้นหลายส่วน แววตานั้นปิดบังความรู้สึกของสาวน้อยไว้ไม่มิดเลย”
กู้เป่ยสิงกำหมัดแน่น หัวใจที่เงียบงันพลันเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
แม้ตอนนี้ม่านเยวี่ยจะมีคนในใจแล้ว แต่คำพูดของเสด็จแม่ก็พิสูจน์ว่า เมื่อก่อนม่านเยวี่ยเคยมีใจให้เขาใช่หรือไม่?
แล้วอย่างไรเล่า ไม่ว่าม่านเยวี่ยในอดีตจะเคยชอบเขาหรือไม่ ตอนนี้คนที่นางชอบก็คือเซี่ยชิงเหยี่ยน
เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้ โทษตัวเองที่ตอนนั้นตามหาม่านเยวี่ยไม่ทัน และช่วยนางไว้ไม่ทันเวลา…
“เสด็จแม่ นั่นเป็นเรื่องเมื่อก่อน คนเราย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ลูกเห็นกับตาว่าตอนม่านเยวี่ยอยู่ต่อหน้าคนนั้น นางเป็นอย่างไร นั่นคือความรัก เป็นความรักจากใจจริง”
กู้เป่ยสิงก้มตาลง น้ำเสียงสงบนิ่ง ทว่าหนิงซูอวิ๋นกลับได้ยินความเศร้าหมองและเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในนั้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ หนิงซูอวิ๋นก็นิ่งงันไปนาน ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก
