สร้อยข้อมือเส้นนั้นร้อยเรียงจากทับทิมสีแดงเลือดนกทรงรีเม็ดแล้วเม็ดเล่า รอบทับทิมสีแดงสดแต่ละเม็ดประดับด้วยเพชรขาวระยิบระยับหนึ่งวง จัดเรียงเป็นลวดลายพวงมาลัยแบบย้อนยุค
สีแดงเข้มของทับทิมร้อนแรงราวเปลวเพลิง ส่วนประกายเย็นวาววับของเพชรกะพริบระยิบระยับ สีแดงกับสีขาวสลับประสานกัน งดงามหรูหราจนยากจะละสายตา
“สวยจังเลย”
เวินม่านเยวี่ยเอ่ยชมจากใจจริง
แม้เธอจะผ่านโลกภารกิจมานับไม่ถ้วน และเคยเห็นเครื่องประดับอัญมณีมานับไม่ถ้วน แต่สร้อยข้อมือเส้นตรงหน้าก็ยังทำให้เธอตื่นตะลึงได้อยู่ดี
เห็นได้ชัดว่าฟู่เจิ้งต้องตั้งใจเลือกสร้อยข้อมือเส้นนี้มากแน่ ๆ
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น ตั้งแต่เขาตัดสินใจว่าจะเผยความรู้สึก เขาก็ให้คนออกตามหาของขวัญที่เหมาะสมจากหลายแหล่ง
เพียงคืนเดียว คนของเขาก็สืบจนรู้ว่ามีสร้อยข้อมือเส้นนี้อยู่กับนักสะสมคนหนึ่ง
ตอนแรกนักสะสมคนนั้นยังไม่ยอมขาย จนกระทั่งฟู่เจิ้งเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปถึงตัวเลขที่แม้แต่นักสะสมก็ยังอดใจหวั่นไหวไม่ได้
ท้ายที่สุดสร้อยข้อมือเส้นนี้ก็ตกเป็นของเขา
ฟู่เจิ้งคิดว่า หากให้เวลาเขาอีกสักหน่อย เขาคงหาของขวัญที่ดีกว่านี้มามอบให้ม่านเยวี่ยได้
เมื่อเห็นรอยยิ้มพึงพอใจและเปี่ยมสุขของเธอ ฟู่เจิ้งก็ยกมุมปากขึ้นตาม ก้มหน้าถามเสียงเบา
“ฉันสวมให้ไหม?”
“ได้สิ” เวินม่านเยวี่ยยื่นมือออกมา
ฟู่เจิ้งหยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาสวมให้เธออย่างแผ่วเบา ท่วงท่าคล่องแคล่วเป็นระเบียบ
ใต้แสงไฟ สร้อยข้อมือทับทิมสีสดหรูหราโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษเมื่ออยู่บนข้อมือขาวผ่องเรียวบาง
